| พระมหาสัตว์ก็รู้ว่า นางนั้นบอกชายชู้จึงถามว่า ดูก่อนพราหมณ์ |
| ก็ภรรยาของท่าน มีพราหมณ์ประจำตระกูลไหม ? |
| พ. มี ท่านบัณฑิต. |
| ม. ฝ่ายท่านล่ะ มีไหม. |
| พ. มี ท่านบัณฑิต. |
| จึงพระมหาสัตว์ได้ให้พราหมณ์ถวายเสบียงอาหารแก่พราหมณ์ |
| ประจำตระกูลนั้น เป็นเวลา ๗ วัน แล้วบอกว่า ไปเถิดท่าน วันแรก |
| จงเชื้อเชิญพราหมณ์มารับประทาน ๑๔ คน คือ ฝ่ายท่าน ๗ คน |
| ฝ่ายภรรยา ๗ คน ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นเป็นต้นไป ให้ลดลงวันละ ๑ คน |
| ในวันที่ ๗ จึงเชื้อเชิญ ๒ คน คือ ฝ่ายท่าน ๑ คน ฝ่ายภรรยาของ |
| ท่าน ๑ คน จงรู้ไว้ จำไว้ว่า พราหมณ์คนที่ภรรยาของท่าน เชื้อเชิญ |
| มาตลอด ๗ วัน มาเป็นประจำ แล้วบอกข้าพเจ้า. พราหมณ์ทำตามนั้น |
| แล้วจึงบอกแก่พระมหาสัตว์ว่า ข้าแต่ท่านบัณฑิต ข้าพเจ้ากำหนด |
| พราหมณ์ผู้มารับประทานเป็นนิจไว้แล้ว. พระโพธิสัตว์ส่งบุรุษไปกับ |
| พราหมณ์นั้น ให้นำพราหมณ์คนนั้นมา แล้วถามว่า ท่านเอากหาปณะ |
| พันหนึ่งที่เป็นของพราหมณ์คนนี้ไปจากควงไม้ต้นโน้นหรือ ? พราหมณ์ |
| คนนั้นปฏิเสธว่า ผมไม่ได้เอาไป ท่านบัณฑิต. พระโพธิสัตว์บอกว่า |
| ท่านไม่รู้จักว่าเราเป็นเสนกบัณฑิต. เราจักให้ท่านนำกหาปณะมาคืน. |
| เขากลัว จึงรับว่า ผมเอาไป. |