๒๘๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๘๙
เม   อหํ  น  ชานามิ   ดังนี้.    เรื่องปัจจุบันเป็นเช่นกับที่กล่าวมาแล้วใน
มณิกัณฐกชาดก  ในหนหลังนั่นเอง.
         ก็พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุเหล่านั้นมาแล้ว     ตรัสว่า     ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย  ในสมัยก่อนเมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติขึ้น   บัณฑิต
สมัยก่อน    ได้บรรพชาในพาหิรกลัทธิ    แม้พระราชาทรงปวารณาแล้ว
ก็ไม่ทูลขออะไร   โดยคิดว่า   ขึ้นชื่อว่าการขอของรัก    ย่อมไม่เป็นที่รัก
ไม่เป็นที่พอใจของชนเหล่าอื่น    ดังนี้แล้ว  ได้ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมา
สาธก  ดังต่อไปนี้.
         ในอดีตกาล      เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนคร
พาราณสี  พระโพธิสัตว์ได้อุบัติในกระกูลพราหมณ์ในนิคมหนึ่ง.   พวก
ญาติได้ตั้งชื่อท่านว่า อัฏฐิเสนกุมาร. ท่านเจริญวัยแล้ว  ได้เล่าเรียนศิลปะ
ทุกอย่าง    ในเมืองตักกศิลา   ต่อมาเห็นโทษในกามทั้งหลาย  แล้วได้ออก
จากฆราวาสบวชเป็นฤาษี      ให้ฌานสมาบัติ และอภิญญาสมาบัติ เกิดขึ้น
แล้วอยู่ที่ถิ่นหิมพานต์เป็นเวลานาน   ดำเนินไปสู่วิถีทางของมนุษย์  เพื่อ
ต้องการลิ้มรสเค็มและรสเปรี้ยว    ถึงเมืองพาราณสีโดยลำดับ    พักอยู่ที่
พระราชอุทยาน รุ่งเช้าได้เที่ยวไปภิกขาจารถึงพระลานหลวง.  พระราชา
ทรงเลื่อมใสในอาจาระและวิหารธรรมของท่าน        จึงให้ราชบุรุษเรียก
นิมนต์ท่านมา    ให้นั่งที่พื้นปราสาท    แล้วให้ฉันโภชนะอย่างดี    ทรง
สดับอนุโมทนากถา   ในเวลาฉันเสร็จแล้ว    ทรงเลื่อมใส    จึงทรงรับ
หน้า ๒๘๘