| เม อหํ น ชานามิ ดังนี้. เรื่องปัจจุบันเป็นเช่นกับที่กล่าวมาแล้วใน |
| มณิกัณฐกชาดก ในหนหลังนั่นเอง. |
| ก็พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุเหล่านั้นมาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อน |
| ภิกษุทั้งหลาย ในสมัยก่อนเมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติขึ้น บัณฑิต |
| สมัยก่อน ได้บรรพชาในพาหิรกลัทธิ แม้พระราชาทรงปวารณาแล้ว |
| ก็ไม่ทูลขออะไร โดยคิดว่า ขึ้นชื่อว่าการขอของรัก ย่อมไม่เป็นที่รัก |
| ไม่เป็นที่พอใจของชนเหล่าอื่น ดังนี้แล้ว ได้ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมา |
| สาธก ดังต่อไปนี้. |
| ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนคร |
| พาราณสี พระโพธิสัตว์ได้อุบัติในกระกูลพราหมณ์ในนิคมหนึ่ง. พวก |
| ญาติได้ตั้งชื่อท่านว่า อัฏฐิเสนกุมาร. ท่านเจริญวัยแล้ว ได้เล่าเรียนศิลปะ |
| ทุกอย่าง ในเมืองตักกศิลา ต่อมาเห็นโทษในกามทั้งหลาย แล้วได้ออก |
| จากฆราวาสบวชเป็นฤาษี ให้ฌานสมาบัติ และอภิญญาสมาบัติ เกิดขึ้น |
| แล้วอยู่ที่ถิ่นหิมพานต์เป็นเวลานาน ดำเนินไปสู่วิถีทางของมนุษย์ เพื่อ |
| ต้องการลิ้มรสเค็มและรสเปรี้ยว ถึงเมืองพาราณสีโดยลำดับ พักอยู่ที่ |
| พระราชอุทยาน รุ่งเช้าได้เที่ยวไปภิกขาจารถึงพระลานหลวง. พระราชา |
| ทรงเลื่อมใสในอาจาระและวิหารธรรมของท่าน จึงให้ราชบุรุษเรียก |
| นิมนต์ท่านมา ให้นั่งที่พื้นปราสาท แล้วให้ฉันโภชนะอย่างดี ทรง |
| สดับอนุโมทนากถา ในเวลาฉันเสร็จแล้ว ทรงเลื่อมใส จึงทรงรับ |