๒๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๓๐
แต่คนเช่นนี้    คงเป็นคนมีปัญญาเครื่องทรงจำ    จ่งได้ประโคมดุริยางค์
ทั้งหมดขึ้น.     พระโพธิสัตว์ตื่นบรรทมแล้ว    ทรงนำผ้าสาฎกออกจาก
พระพักตร์    ทรงทอดพระเนตรเห็นมหาชน    แล้วทรงเอาผ้าสาฎกปิด
พระพักตร์อีก    บรรทมหน่อยหนึ่ง   ระงับความกระวนกระวาย   แล้ว
เสด็จลุกขึ้นประทับนั่งขัดสมาธิบนแผ่นศิลา.         ปุโรหิตคุกเข่าลงแล้ว
ทูลว่า  ข้าแต่สมมติเทพ   ราชสมบัติ    กำลังตกถึงพระองค์.
         พ.  ราชสมบัติไม่มีรัชทายาทหรือ ?
         ปุ. ไม่มีพระพุทธเจ้าข้า.
         พ.  ถ้าอย่างนั้น   ก็ดีแล้ว  จึงทรงรับไว้.
         ประชาชนเหล่านั้น  ได้พากันทำการอภิเษก   พระโพธิสัตว์นั้น
ที่พระราชอุทยานนั่นอง.  พระองค์มิได้ทรงรำลึกถึงทรีมุขกุมาร    เพราะ
ความมียศมา.     พระองค์เสด็จขึ้นพระราชรถ    มีบริวารห้อมล้อม    เข้า
ไปสู่พระนคร   ทรงการทำปทักษิณ    แล้วประทับยืนที่ประตูพระราช-
นิเวศน์นั่นเอง    ทรงพิจารณาถึงฐานันดรของอำมาตย์ทั้งหลาย      แล้ว
เสด็จขึ้นสู่ปราสาท.  ขณะนั้น  ทรีมุขกุมาร  คิดว่า  บัดนี้  พระราชอุทยาน
ว่างแล้ว    จึงมานั่งที่ศิลามงคล.    ลำดับนั้น    ใบไม้เหลืองได้ร่วงลงมา
ข้างหน้าของเขา.   เขาเริ่มตั้งความสิ้นและความเสื่อมไป  ในใบไม้เหลือง
นั้นนั่นเอง  พิจารณาไตรลักษณ์ให้แผ่นดินกึกก้องไป  พร้อมกับให้พระ-
ปัจเจกโพธิญาณเกิดขึ้น  ในขณะนั้นนั่นเอง   เพศคฤหัสถ์ของท่าน   ก็
หน้า ๒๙