| แต่คนเช่นนี้ คงเป็นคนมีปัญญาเครื่องทรงจำ จ่งได้ประโคมดุริยางค์ |
| ทั้งหมดขึ้น. พระโพธิสัตว์ตื่นบรรทมแล้ว ทรงนำผ้าสาฎกออกจาก |
| พระพักตร์ ทรงทอดพระเนตรเห็นมหาชน แล้วทรงเอาผ้าสาฎกปิด |
| พระพักตร์อีก บรรทมหน่อยหนึ่ง ระงับความกระวนกระวาย แล้ว |
| เสด็จลุกขึ้นประทับนั่งขัดสมาธิบนแผ่นศิลา. ปุโรหิตคุกเข่าลงแล้ว |
| ทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ ราชสมบัติ กำลังตกถึงพระองค์. |
| พ. ราชสมบัติไม่มีรัชทายาทหรือ ? |
| ปุ. ไม่มีพระพุทธเจ้าข้า. |
| พ. ถ้าอย่างนั้น ก็ดีแล้ว จึงทรงรับไว้. |
| ประชาชนเหล่านั้น ได้พากันทำการอภิเษก พระโพธิสัตว์นั้น |
| ที่พระราชอุทยานนั่นอง. พระองค์มิได้ทรงรำลึกถึงทรีมุขกุมาร เพราะ |
| ความมียศมา. พระองค์เสด็จขึ้นพระราชรถ มีบริวารห้อมล้อม เข้า |
| ไปสู่พระนคร ทรงการทำปทักษิณ แล้วประทับยืนที่ประตูพระราช- |
| นิเวศน์นั่นเอง ทรงพิจารณาถึงฐานันดรของอำมาตย์ทั้งหลาย แล้ว |
| เสด็จขึ้นสู่ปราสาท. ขณะนั้น ทรีมุขกุมาร คิดว่า บัดนี้ พระราชอุทยาน |
| ว่างแล้ว จึงมานั่งที่ศิลามงคล. ลำดับนั้น ใบไม้เหลืองได้ร่วงลงมา |
| ข้างหน้าของเขา. เขาเริ่มตั้งความสิ้นและความเสื่อมไป ในใบไม้เหลือง |
| นั้นนั่นเอง พิจารณาไตรลักษณ์ให้แผ่นดินกึกก้องไป พร้อมกับให้พระ- |
| ปัจเจกโพธิญาณเกิดขึ้น ในขณะนั้นนั่นเอง เพศคฤหัสถ์ของท่าน ก็ |