๒๙๐    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๙๒
เพราะเหตุที่ผู้ขอก็ไม่เป็นที่รักของผู้ให้   ทั้งผู้ให้   เมื่อไม่ให้สิ่งของที่เขา
ขอ   ก็ไม่เป็นที่รักของผู้ขอ  ฉะนั้น  อาตมาภาพจึงไม่ขออะไร   กะมหา-
บพิตร.   ได้ว่า    มา   เม   วิทฺเทสนา    อหุ   ความว่า    ถ้าหากอาตมภาพ
จะพึงขอพระราชทานทีเดียวไซร้       มหาบพิตรก็คงพระราชทานสิ่งนั้น
แต่อาตมภาพคงเป็นที่บาดหมางพระทัยของมหาบพิตร     ความบาดหมาง
ใจที่เกิดขึ้นจากสำนักมหาบพิตรนั้นก็จะมีแก่อาตมภาพ    ถ้าแม้นว่ามหา-
บพิตรจะไม่พึงพระราชทานไซร้     มหาบพิตรก็คงเป็นที่บาดหมางใจของ
อาตมภาพ  และอาตมภาพก็จะมีความบาดหมางใจในมหาบพิตร  เมื่อเป็น
เช่นนั้น   อาตมภาพอย่าได้มีความบาดหมางใจแม้ในที่ทุกแห่ง   คือไมตรี
ระหว่างมหาบพิตรกับอาตมภาพทั้ง  ๒    อย่าได้แตกกันเลย    อาตมภาพ
เมื่อเล็งเห็นประโยชน์นี้    จึงไม่ขออะไรกะมหาบพิตร.
         ลำดับนั้น   พระราชาครั้นทรงสดับคำนั้นแล้ว   จึงได้ตรัสคาถา
๓  คาถาว่า :-
                        ก็ผู้ใดเลี้ยงชีพด้วยการขอ    แต่ไม่ขอสิ่ง
           ที่ควรขอในเวลาที่ควรขอ   ผู้นั้นย่อมขจัดผู้อื่น
           จากบุญด้วย ทั้งตนเองก็เลี้ยงชีพอยู่ไม่ได้ด้วย.
           ส่วนผู้ใด  เลี้ยงชีพด้วยการขอ   ขอสิ่งที่ควรขอ
           ทั้งในเวลาที่ควรขอ     ผู้นั้นย่อมให้ผู้อื่นได้บุญ
           ด้วย    ทั้งตนเองก็เลี้ยงชีพอยู่ได้ด้วย.      ผู้มี
หน้า ๒๙๑