| [๑๐๓๒] ส่วนคนฉลาด มีกำลังบริหารหมู่คณะดี |
| เป็นประโยชน์แก่เหล่าญาติ เหมือนท้าววาสวะ |
| เป็นประโยชน์แก่ทวยเทพชาวไตรทศฉะนั้น. |
| [๑๐๓๓] อนึ่ง ผู้ใดเห็นศีล ปัญญาและสุตะ มี |
| ในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติประโยชน์แก่คนทั้ง |
| ๒ ฝ่าย คือทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น. |
| [๑๐๓๔] เพราะฉะนั้น ธีรชนควรชั่งใจดูตัวเอง |
| เหมือนชั่งใจดูศีล ปัญญาและสุตะฉะนั้นแล้ว |
| จึงบริหารหมู่คณะบ้าง อยู่คนเดียวเว้นการ |
| บริหารบ้าง. |
| จบ กปิชาดกที่ ๙ |
| |
| อรรถกถาปิชาดกที่ ๙ |
| |
| พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ |
| แผ่นดินสูบพระเทวทัตแล้ว จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า ยตฺถ เวรี |
| นิวสติ ดังนี้. |
| ดังจะกล่าวโดยย่อ เมื่อพระเทวทัตเข้าไปสู่แผ่นดินแล้ว ภิกษุทั้ง- |
| หลายพากันตั้งเรื่องนี้ขึ้นสนทนากันในธรรมสภาว่า พระเทวทัตพินาศ |