| พุทธเจ้าทั้งหลาย. บรรดาการนับเหล่านั้น ร้อยแสนนินนหุต เป็น ๑ |
| อัพพุทะ. ๒๐ อัพพุทะเป็น ๑ นิรัพพุทะ. ร้อยแสนนิรัพพุทะเหล่านั้น |
| ชื่อว่า ๑ อหหะ. จำนวนเท่านี้ปีเป็นอายุของพกพรหมที่เหลืออยู่ในภพ |
| นี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอาอายุนั้นจึงได้ตรัสอย่างนี้. |
| พกพรหมได้สดับพระพุทธพจน์นั้นแล้ว จึงได้กล่าวคาถาที่ ๓ ว่า:- |
| ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ตรัส |
| ว่า เราตถาคตเป็นผู้เห็นไม่มีที่สิ้นสุด สัพพัญญู |
| ก้าวล่วงชาติชราและความโศกแล้ว ขอพระ- |
| องค์จงตรัสบอกการสมาทานพรต ศีลและ |
| วัตรจรณะของข้าพระองค์ แต่ก่อนว่าเป็นอย่าง |
| ไร ซึ่งข้าพระองค์ควรจะทราบ. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภควา ความว่า ข้าแต่พระผู้มี |
| พระภาคเจ้า พระองค์เมื่อตรัสว่า เราตถาคตรู้อายุของท่าน ชื่อ ตรัสว่า |
| เราตถาคต เห็นไม่มีที่สิ้นสุด เป็นสัพพัญญู ก้าวล่วงชาติชราและความ |
| โศกได้แล้ว. บทว่า วตสีลวตฺตํ ได้แก่การสมาทานพรต ทั้งศีลและ |
| วัตร. มีคำอธิบายไว้ว่า ถ้าหากพระองค์ทรงเป็นสัพพัญญูพุทธะไซร้ |
| เมื่อเป็นเช่นนั้น อะไรคือพรต ศีลและจรณะเก่าของข้าพระองค์ ขอ |
| พระองค์จงตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์ควรรู้ตามความเป็น |
| จริง ที่พระองค์ตรัสบอก. |