๓๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๓๔
ตรัสเรียกว่า   พุ   คือปลิปะ  ในคำว่า   ปลิโปว   กามา  ซึ่งสัตว์ทั้งหลาย
มีสุกรและเนื้อเป็นต้นก็ตาม   สิ่งโตก็ตาม   ช้างก็ตาม   ที่ติดแล้ว   ไม่
สามารถจะถอนตนขึ้น     แล้วไปได้,    ก็วัตถุกามและกิเลสกามทั้งหลาย
ท่านเรียกว่า    ปลิปะ    เพราะเป็นเสมือนกับพุนั้น.    เพราะว่า   สัตว์
ทั้งหลาย   ถึงจะมีบุญก็ไม่สามารถทำลายกามเหล่านั้น  รีบลุกขึ้น   แล้ว
เข้าไปสู่การบรรพชาที่ไม่มีกังวล   ไม่มีปลิโพธ  เป็นที่รื่นรมย์ ได้เริ่มต้น
แต่เวลาติดอยู่คราวเดียว  ในกามทั้งหลายเหล่านั้น.  บทว่า   ภยญฺจ  เมตํ
ได้แก่   ภยญฺจ    เอตํ    และอาตมาภาพได้กล่าวภัยนี้       อักษร    ท่าน
กล่าวไว้   ด้วยสามารถแห่งการต่อบท   ด้วยพยัญชนะ.     บทว่า    ติมูลํ
ความว่า ไม่หวั่นไหว  เหมือนตั้งมั่นอยู่ด้วยราก ๓ ราก.   คำนี้  เป็นชื่อ
ของภัยที่มีกำลัง.   บทว่า  ปวุตฺตํ   ความว่า   ขอถวายพระพรมหาบพิตร
ขึ้นชื่อว่า   กามเหล่านี้    ทั้งพระพุทธเจ้า   พระปัจเจกพุทธเจ้าและพุทธ-
สาวกทั้งหลาย   ทั้งพระโพธิสัตว์  ผู้เป็นสัพพัญญูทั้งหลาย    ตรัสแล้ว
คือทรงบอกแล้ว      อธิบายว่า     ทรงแสดงไว้แล้วว่า     ชื่อว่าเป็นภัยมี
กำลัง    เพราะหมายความว่า    เป็นปัจจัยแห่งภัย    ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน
และสัมปรายิกภพ   มีภัยคือการติเตียนตนเองเป็นต้น  และที่เป็นไปแล้ว
ด้วยสามารถแห่งกรรมกรณ์  ๓๒  ประการ     และโรค  ๗๘  ชนิด.   อีก
อย่างหนึ่ง. บทว่า   ภยญฺจ   เมตํ    ความว่า  ก็อาตมาภาพได้ทูลภัยนี้ไว้ว่า
มีมูล ๓  พึงทราบเนื้อความในบทนี้  ดังที่พรรณนามานี้นั่นเอง.  บทว่า
หน้า ๓๓