| สักเวลาหนึ่งภัยจักเกิดขึ้นแก่พวกเรา เพราะอาศัยผลไม้ต้นนี้ที่หล่นลง |
| ในน้ำ แล้วจึงให้ฝูงกระบี่กินผลของกิ่งบนยอดที่ทอดไปเหนือน้ำด้วย |
| ไม่ให้เหลือแม้แต่ผลเดียว ตั้งแต่เวลาผลเท่าแมลงหวี่ ในเวลาออกช่อ. |
| แม้เมื่อเป็นเช่นนั้น ผลสุกผลหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในรังมดแดง ฝูงวานร |
| แปดหมื่นตัวมองไม่เห็น หล่นลงไปในน้ำ ติดที่ข่ายด้านบน ของพระ- |
| เจ้าพาราณสี ผู้ทรงให้ขึงไว้ทั้งด้านบนและด้านล่าง แล้วทรงกีฬาน้ำ. |
| ในเวลาที่พระราชาทรงเล่นตอนกลางวันแล้วตอนเย็นเสด็จกลับ พวก |
| ชาวประมงพากันกู้ข่าย เห็นผลไม้สุกผลนั้น แล้วไม่รู้ว่าผลไม้นี้มีชื่อ |
| โน้น จึงนำไปถวายพระราชาให้ทอดพระเนตร. |
| พระราชาตรัสถามว่า นี่ผลอะไรกัน ? |
| ชาวประมง ข้าพระพุทธเจ้าไม่ทราบ พระพุทธเจ้าข้า. |
| พระราชา ใครจักทราบ ? |
| ชาวประมง พรานไพร พระพุทธเจ้าข้า. |
| พระราชารับสั่งให้เรียกพรานไพรมา ตรัสถามแล้ว ก็ทรงทราบ |
| ว่า เป็นผลมะม่วงสุก แล้วทรงใช้พระแสงกริชเฉือน ให้พรานไพร |
| รับประทานก่อน ภายหลังก็เสวยด้วยพระองค์เอง. พระราชทานให้พระ- |
| สนมบ้าง อำมาตย์บ้างรับประทานกัน. รสของผลมะม่วงสุก แผ่ซาบซ่าน |
| ไปทั่วพระสรีระทั้งสิ้นของพระราชา. พระราชานั้นทรงติดพระทัยใน |
| ความยินดีชอบใจในรส ได้ตรัสถามพวกพรานไพรถึงที่อยู่ของต้นไม้นั้น |