| ท่านฤษี ท่านอย่าได้ร้องไห้เลย เพราะสัต- |
| บุรุษทั้งหลายเรียกการร้องไห้ว่าเป็นโมฆะ. ข้า |
| แต่ท่านผู้ประเสริฐ ถ้าคนที่ตายแล้ว ล่วงลับ |
| ไปแล้ว พึงกลับฟื้นขึ้นมาไซร้ พวกเราทุกคน |
| ก็จงมาชุมนุมกันร้องไห้ถึงญาติของกันและกัน |
| เถิด. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เย รุทนฺติ ลปนฺติ จ ความว่า |
| ข้าแต่ท่านพราหมณ์ เหล่าชนผู้ต้องให้คร่ำครวญทุกคน ย่อมร้องไห้ถึง |
| คนที่ตายไปแล้วนั้นแหละและจักตาย. เมื่อพวกเขาพากันร้องไห้อยู่อย่าง |
| นี้ ก็ไม่มีเวลาน้ำตาจะเหือดหน้า เพราะฉะนั้น ท่านฤษี ท่านอย่า |
| ร้องไห้ไปเลย. เพราะเหตุไร ? บทว่า โรทิตํ โมฆมาหุ สนฺโต |
| ความว่า เพราะบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า การร้องไห้เป็นสิ่งไร้ผล. บทว่า |
| มโต เปโต ความว่า ถ้าหากคนที่ตายแล้วนั้นถึงการนับว่า เป็นผู้ |
| ล่วงลับไปแล้ว จะพึงฟื้นขึ้นมาเพราะการร้องไห้ไซร้. เมื่อเป็นเช่นนั้น |
| พวกเราแม้ทุกคน ก็จงไปชุมนุมกันร้องให้ถึงญาติของกันและกันเถิด. |
| พวกเราจงออกไปเถิดเฝ้ากันอยู่ทำไม. |
| ดาบสได้ฟังคำนั้นแล้ว กลับได้สติ ปราศจากความเศร้าโศกเช็ด |
| น้ำตาแล้วได้กล่าวคาถาที่เหลือ ด้วยการสดุดีท้าวสักกะว่า :- |