| เพราะทรงกลัวว่า เราตั้งใจว่าจะทำการมัดพระทัยพระราชาไว้ แต่กลาย |
| เป็นทำการสละไปเสีย จึงทรงดำริว่า เราจักสรรเสริญพระฉวีวรรณ |
| แห่งพระสรีระ เพื่อต้องการไม่ให้พระราชาพระองค์นี้เสด็จออกผนวช |
| จึงได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถาว่า :- |
| ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ผมหงอกของ |
| หม่อมฉันเอง ไม่ใช่ของพระองค์ ผมหงอก |
| งอกขึ้นบนศีรษะ บนกระหม่อมของหม่อมฉัน |
| เอง หม่อมฉันได้ทูลคำเท็จ โดยตั้งใจว่า จัก |
| ทำประโยชน์ให้ตน ขอพระองค์ทรงโปรด |
| พระราชทานอภัยโทษหม่อมฉันสักครั้งหนึ่งเถิด |
| เพคะ ข้าแต่มหาราช พระองค์ยังทรงหนุ่ม มี |
| พระโฉมน่าทัศนา ยังทรงอยู่ในปฐมวัยเหมือน |
| ตองกล้วยแรกผลิฉะนั้น ข้าแต่พระทูลกระ- |
| หม่อมจอมคน ขอพระองค์ทรงเสวยราชสมบัติ |
| ทรงดูแลหม่อมฉันเถิด และอย่าทรงทะยานไป |
| สู่การประพฤติพรหมจรรย์ที่ให้ผลตามกาลเวลา. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มเมว สีสํ ความว่า พระราชินี |
| ทรงแสดงว่า ผมหงอกงอกขึ้นบนศีรษะของหม่อมฉันเอง. คำว่า อุตฺต- |