| ที่นั้นมีสีเหมือนสีทองแล้วทำความเสน่หาในชะมดเหล่านั้น กระทำ |
| สักการะแพะให้แก่ชะมดทั้งหลายโดยไม่คำนึงแพะ เมื่อเหล่าชะมดหนีไป |
| ป่าหิมพานต์ในสารทกาล และเมื่อแพะทั้งหลายหายไปแล้วไม่เห็นชะมด |
| จึงเป็นโรคผอมเหลือง เพราะความโศกถึงความสิ้นชีวิตแล้ว. พราหมณ์ |
| คนนี้ทำการสงเคราะห์สัตว์ที่จรมา จึงเศร้าโศกลำบากถึงความพินาศ |
| มากกว่าพระองค์ร้อยเท่าพันเท่า ดังนี้ จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :- |
| พราหมณ์วาเสฏฐะผู้มีฟืนมากอยู่ในป่า |
| กับฝูงแพะไม่เฉื่อยชา ได้ก่อไฟให้เกิดควัน |
| ทั้งกลางคืนทั้งกลางวัน. ชะมดทั้งหลายถูกยุง |
| รบกวน ได้พากันเข้าไปอาศัยอยู่ในสำนักของ |
| พราหมณ์นั้นตลอดฤดูฝน เพราะกลิ่นควันนั้น. |
| พราหมณ์นั้นเอาใจใส่ชะมด ไม่เอาใจใส่แพะ |
| ทั้งหลายว่า จะมาเข้าคอกหรือจะไปป่า แพะ |
| เหล่านั้นของเขาจึงหายไปแล้ว. แต่ในสารทกาล |
| ในป่าที่ยุงซาลงแล้ว ชะมดทั้งหลายก็ไปสู่ยอด |
| เขาและที่ที่เป็นต้นน้ำลำธาร. พราหมณ์เห็น |
| ชะมดทั้งหลายไปแล้ว และแพะทั้งหลายถึง |
| ความวิบัติแล้ว ก็ซูบผอมมีผิวพรรณซีด และ |