| พระทรีมุขปัจเจกพุทธเจ้า ทรงยังพระ- |
| ราชาผู้ทรงมีพระปัญญาให้ทรงรู้พระองค์ ด้วย |
| พระคาถาทั้งหลาย ที่เป็นภาษิตมีเนื้อความ |
| วิจิตรพิสดาร. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จิตฺราหิ ความว่า อาศัยเนื้อความ |
| หลายหลาก. บทว่า สุภาสิตาหิ ได้แก่ ที่ตรัสไว้ดีแล้ว. บทว่า |
| ทรีมุโข นิชฺฌาปยี สุเมธํ. ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระทรีมุข- |
| ปัจเจกพุทธเจ้านั้น ทรงให้พระราชานั้นผู้ทรงมีพระปัญญา คือทรงมี |
| ปัญญาดี ได้แก่ มีความสามารถรู้เหตุและมิใช่เหตุ ให้ทรงรู้พระองค์ |
| คือให้ทรงสำนึกได้ อธิบายว่า ให้ทรงทำตามถ้อยคำของตน. |
| พระปัจเจกพุทธเจ้า ครั้นทรงแสดงโทษในกามทั้งหลาย ทรง |
| ยังพระราชาให้ทรงถือเอาถ้อยคำของตนอย่างนี้แล้ว จึงตรัสว่า ขอถวาย |
| พระพรมหาบพิตร บัดนี้ พระองค์จะทรงผนวชหรือไม่ทรงผนวชก็ตาม |
| แต่ว่า อาตมาภาพได้แสดงโทษในกามทั้งหลายและอานิสงส์ในการบวช |
| ถวายมหาบพิตรแล้ว ขอมหาบพิตรจงอย่าทรงประมาท ดังนี้แล้ว ได้ |
| ทรงเหาะไปในอากาศ ทรงเหยียบกลีบเมฆเสด็จไปยังเงื้อมเขานันท- |
| มูลกะนั่นเอง เหมือนพระยาหงส์ทองฉะนั้น. พระมหาสัตว์ทรงประคอง |
| อัญชลีที่รุ่งโรจน์ รวมทั้ง ๑๐ นิ้ว ไว้บนพระเศียรนมัสการอยู่ เมื่อ |
| พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นพ้นทัศนวิสัยไปแล้ว จึงตรัสสั่งให้หาพระราช- |