๔๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๔๔
                        พระทรีมุขปัจเจกพุทธเจ้า   ทรงยังพระ-
           ราชาผู้ทรงมีพระปัญญาให้ทรงรู้พระองค์    ด้วย
           พระคาถาทั้งหลาย         ที่เป็นภาษิตมีเนื้อความ
           วิจิตรพิสดาร.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า  จิตฺราหิ   ความว่า   อาศัยเนื้อความ
หลายหลาก.    บทว่า    สุภาสิตาหิ   ได้แก่    ที่ตรัสไว้ดีแล้ว.    บทว่า
ทรีมุโข   นิชฺฌาปยี   สุเมธํ.  ความว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   พระทรีมุข-
ปัจเจกพุทธเจ้านั้น    ทรงให้พระราชานั้นผู้ทรงมีพระปัญญา    คือทรงมี
ปัญญาดี   ได้แก่    มีความสามารถรู้เหตุและมิใช่เหตุ   ให้ทรงรู้พระองค์
คือให้ทรงสำนึกได้   อธิบายว่า  ให้ทรงทำตามถ้อยคำของตน.
         พระปัจเจกพุทธเจ้า   ครั้นทรงแสดงโทษในกามทั้งหลาย   ทรง
ยังพระราชาให้ทรงถือเอาถ้อยคำของตนอย่างนี้แล้ว  จึงตรัสว่า  ขอถวาย
พระพรมหาบพิตร   บัดนี้   พระองค์จะทรงผนวชหรือไม่ทรงผนวชก็ตาม
แต่ว่า   อาตมาภาพได้แสดงโทษในกามทั้งหลายและอานิสงส์ในการบวช
ถวายมหาบพิตรแล้ว    ขอมหาบพิตรจงอย่าทรงประมาท   ดังนี้แล้ว   ได้
ทรงเหาะไปในอากาศ      ทรงเหยียบกลีบเมฆเสด็จไปยังเงื้อมเขานันท-
มูลกะนั่นเอง เหมือนพระยาหงส์ทองฉะนั้น.  พระมหาสัตว์ทรงประคอง
อัญชลีที่รุ่งโรจน์   รวมทั้ง  ๑๐  นิ้ว   ไว้บนพระเศียรนมัสการอยู่   เมื่อ
พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นพ้นทัศนวิสัยไปแล้ว   จึงตรัสสั่งให้หาพระราช-
หน้า ๔๓