| ลำดับนั้น พระราชเทวีนั้น เมื่อจะทูลบอกกรรมดี ในภพก่อน |
| ด้วยพระญาณที่ทรงระลึกชาติได้ จึงได้ตรัสคาถา ๒ คาถาที่เหลือว่า :- |
| ข้าแต่พระมหากษัตริย์ หม่อมฉันได้เป็น |
| ทาส ผู้รับใช้ผู้อื่นของตระกูลกุฎุมพี เป็นผู้ |
| สำรวมระวัง เลี้ยงชีพโดยชอบธรรม มีศีล |
| ไม่พบเห็นบาป. ในครั้งนั้น หม่อมฉันมีจิต |
| เลื่อมใส ได้สำรวมใจ ถวายภัตตาหารที่เขา |
| ยกให้เป็นส่วนของตน แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า |
| ผู้กำลังเดินไปบิณฑบาต ผลแห่งธรรมนั้นของ |
| หม่อมฉัน จึงเป็นเช่นนี้. |
| ได้ทราบมาว่า แม้พระราชเทวีนั้น ก็ทรงระลึกชาติได้เหมือนกัน |
| เพราะฉะนั้น พระนางจึงได้ทูลพระราชา โดยทรงกำหนดด้วยพระญาณ |
| ที่ทรงระลึกชาติของตนไว้นั่นเอง. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อมฺพตฺถกุลสฺส ความว่า แห่ง |
| ตระกูลกุฎุมพี. บทว่า ทาสยาหํ ตัดบทเป็น ทาสี อหํ หม่อมฉันเป็น |
| ทาสี ปาฐะว่า ทาสาหํ ดังนี้ ก็มี. บทว่า ปรเปสิยา ความว่า เป็นผู้ |
| ทำการรับใช้ คือ สาวใช้ที่ถูกผู้อื่นส่งไปเพื่อทำกิจนั้น ๆ. บทว่า สญฺตา |
| ความว่า ธรรมดาว่า ทาสีเป็นผู้ทุศีล แต่หม่อมฉันเป็นผู้สำรวมด้วย |