| บุญอันล้ำเลิศย่อมเจริญ แก่ชนทั้งหลาย |
| ผู้เลื่อมใสแล้ว ในบุคคลผู้ล้ำเลิศแล อายุ |
| วรรณะ ยศ เกียรติ ความสุขและกำลังอัน |
| ล้ำเลิศ ก็เจริญ. ผู้มีปัญญา ผู้ให้ของอันล้ำเลิศ |
| ตั้งมั่นแล้ว ในธรรมอันล้ำเลิศ เป็นภูต คือ |
| เทวดาก็ตาม มนุษย์ก็ตาม ผู้ถึงความล้ำเลิศแล้ว |
| ย่อมบรรเทิงใจ นี้เป็นขุมทรัพย์ที่อำนวยสมบัติ |
| ทุกอย่างแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. |
| พระราชาและพระมเหสีทั้ง ๒ พระองค์นั้น ครั้นตรัสกรรมเก่า |
| โดยพิสดารด้วยประการอย่างนี้แล้ว จำเดิมแต่นั้นมา ทรงให้สร้างศาลา |
| ๖ แห่ง คือที่ประตูพระนคร ๔ แห่ง ที่กลางพระนคร ๑ แห่ง ที่ประตู |
| พระราชวัง ๑ แห่ง ทรงกระทำชมพูทวีปทั้งสิ้นให้กระฉ่อน ยังมหา- |
| ทานให้เป็นไป ทรงรักษาศีล รักษาอุโบสถ ในอวสานต์แห่งพระชนม์ |
| ชีพ ได้ทรงมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า. |
| พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุม |
| ชาดกไว้ว่า พระราชเทวีในครั้งนั้น ได้แก่ มารดาพระราหุล ส่วน |
| พระราชา ได้แก่ เราตถาคต ฉะนั้นแล. |
| จบ อรรถกถากุมมาสปิณฑชาดกที่ ๑๐ |