| อุปราชทำพระนครให้ว่างเปล่า พากำลังหนีไปแล้ว ฝ่ายพระเจ้าสมันต- |
| ราชก็ล้อมพระนครตรึงไว้ บัดนี้ชีวิตของเราจะไม่มี. พระองค์ทรงดำริ |
| ว่า เราจักรักษาชีวิตไว้ แล้วทรงพาเอาพระราชเทวี ปุโรหิตและคน |
| รับใช้คนหนึ่ง ชื่อปรันตปะปลอมพระองค์หนีเข้าป่าไป. พระโพธิสัตว์ |
| ทรงทราบการเสด็จหนีไปของพระราชาแล้ว จึงเสด็จเข้าพระนครทรงทำ |
| การรบขับไล่พระเจ้าสมันตราชให้หนีไป แล้วทรงยึดราชสมบัติไว้ได้. |
| ฝ่ายพระราชบิดาของพระองค์ ได้ทรงสร้างบรรณศาลาใกล้ฝั่งแม่น้ำแห่ง |
| หนึ่ง ทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ได้ด้วยผลไม้น้อยใหญ่. พระราชากับ |
| ปุโรหิตไปหาผลไม้น้อยใหญ่. ที่บรรณศาลานั่นเองมีแต่ทาสชื่อปรันตปะ |
| กับพระราชเทวี. เพราะทรงอาศัยพระราชา พระราชเทวีได้ทรงพระ- |
| ครรภ์แม้ในสถานที่นั้น. และพระนางได้ประพฤตินอกใจพระราชากับ |
| ทาสปรันตปะนั่น ด้วยอำนาจแห่งความคุ้นเคยกัน. วันหนึ่งพระนาง |
| รับสั่งทาสปรันตปะว่า เมื่อพระราชาทรงทราบเรื่องแล้ว ชีวิตของเจ้าก็ |
| จะไม่มี ชีวิตของฉันก็จะหามีไม่ เพราะฉะนั้นเจ้าจงปลงพระชนม์พระ- |
| ราชานั้นเสีย ทาสปรันตปะทูลว่า ข้าพระองค์จะปลงอย่างไร ? พระ- |
| ราชเทวีรับสั่งว่า พระราชานี่จะให้เจ้าถือพระขรรค์นั้นและภูษาชุบสรง |
| แล้วไปสรงสนาน เจ้าจงคอยดูความเผลอของพระราชานั้น ในที่สรง |
| สนานนั้น ใช้พระขรรค์ตัดพระเศียรแล้วสับพระสรีระออกเป็นท่อน ๆ |
| ฝังไว้ในพื้นดิน. เขารับพระเสาวนีว่า พระเจ้าข้า. อยู่มาวันหนึ่งปุโรหิต |
| นั่นเอง เดินไปเพื่อต้องการผลไม้น้อยใหญ่ ขึ้นต้นไม้ต้นหนึ่ง ใกล้ท่า |