๔๔๔    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๔๔๖
อุปราชทำพระนครให้ว่างเปล่า  พากำลังหนีไปแล้ว  ฝ่ายพระเจ้าสมันต-
ราชก็ล้อมพระนครตรึงไว้   บัดนี้ชีวิตของเราจะไม่มี.    พระองค์ทรงดำริ
ว่า   เราจักรักษาชีวิตไว้    แล้วทรงพาเอาพระราชเทวี    ปุโรหิตและคน
รับใช้คนหนึ่ง  ชื่อปรันตปะปลอมพระองค์หนีเข้าป่าไป.   พระโพธิสัตว์
ทรงทราบการเสด็จหนีไปของพระราชาแล้ว  จึงเสด็จเข้าพระนครทรงทำ
การรบขับไล่พระเจ้าสมันตราชให้หนีไป     แล้วทรงยึดราชสมบัติไว้ได้.
ฝ่ายพระราชบิดาของพระองค์  ได้ทรงสร้างบรรณศาลาใกล้ฝั่งแม่น้ำแห่ง
หนึ่ง  ทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ได้ด้วยผลไม้น้อยใหญ่.     พระราชากับ
ปุโรหิตไปหาผลไม้น้อยใหญ่.  ที่บรรณศาลานั่นเองมีแต่ทาสชื่อปรันตปะ
กับพระราชเทวี.    เพราะทรงอาศัยพระราชา   พระราชเทวีได้ทรงพระ-
ครรภ์แม้ในสถานที่นั้น.     และพระนางได้ประพฤตินอกใจพระราชากับ
ทาสปรันตปะนั่น    ด้วยอำนาจแห่งความคุ้นเคยกัน.    วันหนึ่งพระนาง
รับสั่งทาสปรันตปะว่า   เมื่อพระราชาทรงทราบเรื่องแล้ว   ชีวิตของเจ้าก็
จะไม่มี   ชีวิตของฉันก็จะหามีไม่  เพราะฉะนั้นเจ้าจงปลงพระชนม์พระ-
ราชานั้นเสีย   ทาสปรันตปะทูลว่า   ข้าพระองค์จะปลงอย่างไร ?   พระ-
ราชเทวีรับสั่งว่า    พระราชานี่จะให้เจ้าถือพระขรรค์นั้นและภูษาชุบสรง
แล้วไปสรงสนาน    เจ้าจงคอยดูความเผลอของพระราชานั้น    ในที่สรง
สนานนั้น    ใช้พระขรรค์ตัดพระเศียรแล้วสับพระสรีระออกเป็นท่อน ๆ
ฝังไว้ในพื้นดิน.  เขารับพระเสาวนีว่า  พระเจ้าข้า.  อยู่มาวันหนึ่งปุโรหิต
นั่นเอง   เดินไปเพื่อต้องการผลไม้น้อยใหญ่   ขึ้นต้นไม้ต้นหนึ่ง  ใกล้ท่า
หน้า ๔๔๕