๔๔๕    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๔๔๗
ที่พระราชาทรงสรงสนานเก็บผลไม้น้อยใหญ่อยู่.     พระราชาทรงดำริว่า
เราจักอาบน้ำ   แล้วทรงให้ทาสปรันตปะ    ถือพระขรรค์และภูษาชุบสรง
แล้วได้เสด็จไปสู่ฝั่งแม่น้ำ.    ทาสปรันตปะทูลพระองค์ผู้ทรงประสบความ
ประมาท    ในเวลาทรงสรงสนานแม้  ณ  ที่นั้นว่า     ข้าพระองค์จักฆ่าละ
แล้วจับพระศอพระองค์เงื้อพระขรรค์ขึ้น.    พระราชาทรงร้องเพราะทรง
กลัวความตาย.      ปุโรหิตได้ยินเสียงนั้นแล้วมองดู     เห็นทาสปรันตปะ
กำลังปลงพระชนม์พระราชาสะดุ้งกลัว      จึงเขย่ากิ่งไม้แล้วลงจากต้นไม้
เข้าไปนั่งที่พุ่มไม้พุ่มหนึ่ง.    ทาสปรันตปะได้ยินเสียงเขย่ากิ่งไม้     ของ
ปุโรหิตนั้นแล้วปลงพระชนม์พระราชา     ฝังไว้ในพื้นดินแล้วพิจารณาดู
ว่า  ได้มีเสียงเขย่ากิ่งไม้ในที่นี้   ใครหนออยู่ในที่นี้ ?  ไม่เห็นใคร  ๆ  จึง
อาบน้ำแล้วไป.   ในเวลาทาสปรันตปะไปแล้ว   ปุโรหิตก็ออกจากที่นั่งไป
รู้ว่าพระราชาถูกสับพระสรีระออกเป็นท่อน ๆ  แล้วฝั่งไว้ในหลุม   จึงอาบ
น้ำแล้วปลอมเพศเป็นคนตาบอดแล้วได้ไปบรรณศาลา      เพราะกลัวเขา
ฆ่าตน.   ปรันตปะเห็นเขาแล้วพูดว่า   ดูก่อนพราหมณ์  ท่านได้ทำอะไร.
เขาทำเป็นเหมือนไม่รู้พูดว่า  ข้าแต่สมมติเทพ   ข้าพระองค์นัยน์ตาทั้ง ๒
เสียจึงได้มาที่นี่     ข้าพระองค์ได้ยืนอยู่ที่ข้างจอมปลวกแห่งหนึ่งในป่าที่มี
อสรพิษชุกชุม  อสรพิษตัวหนึ่งจักพ่นพิษใส่.  ปรันตปะคิดว่า   เขาไม่รู้
จักเรา  เขาจึงพูดว่า  ข้าแต่สมมติเทพ  เราจักปลอบใจเขา แล้วได้ปลอบใจ
เขาว่า  ดูก่อนพราหมณ์   ท่านอย่าคิดอะไร    เราจักปฏิบัติท่าน   แล้วได้
ให้ผลไม้น้อยใหญ่  ให้กินอิ่มหนำสำราญ.  ต่อแต่นั้นมา  ทาสปรันตปะก็
หน้า ๔๔๖