| นำผลไม้น้อยใหญ่มาให้. พระราชเทวีประสูติพระราชโอรสแล้ว. เมื่อ |
| พระราชโอรสทรงเจริญขึ้นพระนางบรรทมสบาย ในเช้ามืดวันหนึ่งได้ |
| ตรัสกะทาสปรันตปะเบา ๆ ว่า เจ้าเมื่อปลงพระชนม์พระราชา ไม่มีใคร |
| หรือ ? เขาเมื่อเจรจากับพระนางว่า ใคร ๆ มิได้เห็นข้าพระองค์ แต่ว่า |
| ได้ยินเสียงเขย่ากิ่งไม้ แต่ไม่ทราบว่ากิ่งไม้นั้นมนุษย์หรือสัตว์เดียรฉาน |
| เขย่า ไม่คราวใดก็คราวหนึ่งภัยจะมาถึงข้าพระองค์ และจักมาจากผู้เขย่า |
| กิ่งไม้ ดังนี้แล้วจึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :- |
| บาปจักมาถึงข้าพระองค์ ภัยจักมาถึงข้า |
| พระองค์ เพราะมนุษย์หรือมฤคก็ไม่รู้ เขย่า |
| กิ่งไม้ในครั้งนั้น. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปาปํ ได้แก่สิ่งที่ลามกคือสิ่งที่ไม่น่า |
| ปรารถนา ไม่น่ารักใคร่. บทว่า ภยํ ความว่า แม้ภัยคือความหวาด |
| เสียวใจจักมาถึงข้าพระองค์ ไม่ใช่ไม่อาจมาถึง. เพราะเหตุไร ? เพราะว่า |
| กิ่งไม้ไหวครั้งนั้นไม่ทราบว่าเพราะมนุษย์หรือมฤค เพราะฉะนั้นภัยจัก |
| มาถึงข้าพระองค์จากมนุษย์หรือมฤคนั้นทีเดียว. คนทั้ง ๒ นั้นเข้าใจว่า |
| ปุโรหิตหลับแล้ว. แต่ปุโรหิตนั้นยังไม่หลับเลย ได้ยินถ้อยคำของพวก |
| เขาอยู่. อยู่มาวันหนึ่งเมื่อทาสปรันตปะไปหาผลไม้น้อยใหญ่ ปุโรหิต |
| เป็นเหมือนเพ้อระลึกถึงภริยาของตนอยู่ ได้กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :- |