๔๔๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๔๕๑
         ในกาลต่อมา      พระราชกุมารได้ทรงเจริญวัยขึ้นมีพระชนมายุได้
๑๖   ชันษา.     จึงพราหมณ์ได้ให้พระองค์ทรงจับปลายไม้เท้าจูงไปถึงท่า
อาบน้ำแล้ว   ได้ลืมตาขึ้นมองดู.    พระราชกุมารตรัสว่า  ดูก่อนพราหมณ์
ท่านเป็นคนตาบอดไม่ใช่หรือ ?   เขาทูลว่า   ข้าพเจ้าไม่ใช่คนตาบอด  แต่
ใช้อุบายนี้รักษาชีวิตไว้   แล้วทูลว่า   ท่านรู้จักบิดาของท่านไหม ?   เมื่อ
พระราชกุมารตรัสบอกว่า     เรารู้คนคนนั้น  เป็นบิดาของเรา     จึงทูลว่า
คนคนนี้ไม่ใช่บิดาของท่าน         แต่บิดาของท่านได้แก่พระเจ้าพาราณสี
คนคนนี้เป็นทาสของท่าน   เขาปฏิบัติผิดในมารดาของท่านแล้ว  ฆ่าบิดา
ของท่านแล้วฝังไว้ที่ตรงนี้   ดังนี้แล้วนำเอากระดูกมาให้ดู  พระราชกุมาร
ได้ทรงเกิดความกริ้วขึ้นเป็นกำลัง.  ลำดับนั้น  เมื่อพระราชกุมารตรัสถาม
ปุโรหิตนั้นว่า   บัดนี้    เราจะทำอย่างไร ?   ปุโรหิตจึงทูลว่า   สิ่งใดที่เขา
ทำแก่พระราชบิดาของพระองค์ที่ท่าน้ำนี้นั่นเอง    พระองค์จงทรงกระทำ
สิ่งนั่นเถิด      แล้วได้ทูลบอกความเป็นไปทั้งหมดให้ทรงทราบ   แล้วได้
ให้พระราชกุมารทรงศึกษา   การตีกระบี่กระบองอยู่  ๒,  ๓  วัน.   อยู่มา
วันหนึ่ง  พระราชกุมารทรงถือพระขรรค์กับพระภูษาชุบสรงแล้วกล่าวว่า
ไปอาบน้ำเถิดพ่อครับ.  ปรันตปะตอบว่า  ดีละ  แล้วก็ไปกับพระราชกุมาร
นั้น.   ต่อมาในเวลาเขาลงอาบน้ำ    พระราชกุมารจึงใช้พระหัตถ์ขวาทรง
ถือดาบ   พระหัตถ์ซ้ายทรงจับมวยผมแล้วตรัสว่า  ได้ทราบว่าเจ้าจับพระ-
จุฬาของเสด็จพ่อของฉันแล้วปลงพระชนม์ของพระองค์ผู้ทรงร้องอยู่ที่ท่า
น้ำนี้นั่นเอง  ฝ่ายฉันก็จักทำเจ้าอย่างนั้นเหมือนกัน.   เขากลัวภัยคือความ
ตาย   โอดครวญไปพลางกล่าวคาถา  ๒  คาถาไปพลางว่า :-
หน้า ๔๕๐