| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตเถว ตฺวํ อเวทสิ ความว่า เจ้าได้ |
| รู้แล้วอยู่อย่างนั้นเหมือนกัน. บทว่า อวญฺจิ ปิตรํ มม ความว่า เจ้า |
| ปลอบใจเสด็จพ่อของฉันว่า พวกเรามาไปอาบน้ำกัน แล้วปลงพระชนม์ |
| ท่านผู้กำลังสรงสนานอยู่ สับให้เป็นท่อนเล็กท่อนน้อยฝังไว้แล้วพลางไว้ |
| โดยคิดว่า ถ้าใครจักรู้ไซร้ ภัยแบบนี้จักมาถึงแม้แก่ตัวเรา แต่ภัยคือ |
| ความตายนี้แล บัดนี้ได้มาถึงตัวเจ้าแล้ว. |
| พระกุมารครั้นตรัสดังที่กล่าวมาแล้วนี้ แล้วก็ให้ทาสปรันตปะ |
| นั้นถึงความสิ้นชีวิตฝังไว้แล้ว เอากิ่งไม้คลุมไว้ ทรงล้างพระขรรค์สรง |
| สนานแล้วเสด็จไปสู่บรรณศาลาตรัสบอกปุโรหิตนั้น ถึงภาวะที่ตนได้ฆ่า |
| แล้ว จึงทรงต่อว่าพระมารดา. ทั้ง ๓ คนหารือกันว่า พวกเราจักอยู่ทำไม |
| ก็ตรงนี้ แล้วจึงได้พากันไปนครพาราณสีนั่นเอง พระโพธิสัตว์ทรง |
| ประทานตำแหน่งอุปราชแก่พระกนิษฐา แล้วทรงบำเพ็ญบุญมีทานเป็น |
| ต้น ทรงสร้างทางสวรรค์ให้เต็มที่. |
| พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศ |
| สัจธรรมทั้งหลายแล้ว ทรงประชุมชาดกไว้ว่า พระราชาผู้เป็นบิดาใน |
| ครั้งนั้น ได้แก่พระเทวทัตในครั้งนี้ ปุโรหิตได้แก่พระอานนท์ ส่วน |
| พระราชบุตรได้แก่เราตถาคต ฉะนั้นแล. |
| จบ อรรถกถาปรันตปชาดกที่ ๑๑ |