๔๕๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๔๖๐
ร้องขึ้นอีกว่า   เย็นจัดไป   ใครจักสามารถเอาใจหญิงแก่คนนี้ได้.    เมื่อ
แม่ผัวบอกว่า   แม่หนูเตียงนอนของแม่มีเลือดชุม    นางก็นำออกมาแล้ว
เอาเตียงของตนเคาะลงบนเตียงนั้น   บอกว่าฉันเคาะแล้ว  แล้วก็นำกลับ
ไปตั้งไว้ตามเดิม.   แม่ผัวผู้เป็นมหาอุบาสิกาถูกเรือดกัด   ต้องนั่งอยู่ตลอด
คืน   พอรุ่งสว่างจึงพูดว่า    แม่หนู    ฉันถูกเรือดกัดตลอดคืน.  นางก็
เถียงว่า  เมื่อวานฉันก็ได้เคาะเตียงของแม่  ใครจักอาจช่วยเหลือการงาน
ของตนเช่นนี้ได้   นางคิดว่า    คราวนี้เราจักให้ลูกชายเขาใส่โทษ    จึง
แกล้งบ้วนน้ำลาย   สั่งน้ำมูกเรี่ยลาดไว้ในที่นั้น ๆ   เมื่อสามีถามว่า  ใคร
ทำเรือนนี้ให้สกปรกไปหมด    นางก็กล่าวว่า    มารดาของท่านทำอย่างนี้
ฉันบอกว่าอย่าทำเลย    ก็พาลทะเลาะ     ฉันไม่อาจอยู่ร่วมเรือนกับหญิง
กาลกรรณีเช่นนี้  เรือนนี้ท่านจะให้มารดาของท่านอยู่หรือจักให้ฉันอยู่
อุบาสกผู้เลี้ยงมารดาได้ฟังคำของนางแล้ว กล่าวว่า  น้องรักเธอยังสาวอยู่
อาจที่จะไปดำรงชีพอยู่ในที่ใด ๆได้ ส่วนแม่ของฉันเป็นคนแก่ทุพพลภาพ
ฉันเท่านั้นเป็นที่พึ่งของแม่  เธอจงออกจากบ้านไปสู่ตระกูลของตน.    นาง
ได้ฟังคำของสามีแล้วมีความกลัว   คิดว่า  เราไม่อาจแยกสามีของเราจาก
มารดาได้    มารดาเป็นที่รักของเขาโดยส่วนเดียว    ถ้าเราไปเรือนแห่ง
ตระกูล   เราจักต้องอยู่อย่างเป็นหม้าย  ได้รับแต่ความทุกข์เท่านั้น    เรา
จักปฏิบัติ  ให้แม่ผัวโปรดปรานเหมือนแต่ก่อน.      ตั้งแต่นั้นมา     นางได้
ปฏิบัติแม่ผัวเหมือนดังก่อนทีเดียว.
หน้า ๔๕๙