๔๖๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๔๖๓
         ครั้งนั้น       พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกเทวราช.
ธรรมดาพระโพธิสัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นผู้ไม่ประมาท.  ขณะนั้นพระองค์
ตรวจดูหมู่สัตวโลก    เห็นหญิงนั้นกำลังมีความทุกข์    ประสงค์จะถวาย
มตกภัตต์แก่ธรรม     ด้วยเข้าใจว่าธรรมได้สูญเสียแล้ว      จึงทรงดำริว่า
วันนี้เราจักแสดงกำลังของเรา     ได้แปลงเพศเป็นพราหมณ์ทำเป็นเดิน
ทางไป   ครั้นเห็นหญิงนั้น   จึงแวะไปยืนใกล้นาง  กล่าวว่านี่แน่ะแม่คุณ
ไม่มีธรรมดาที่ไหน    ที่หุงหาอาหากันในป่าช้าท่านจะเอาข้าวสุกคลุกงา
ที่ทำให้สุกในป่าช้านี้ไปทำอะไร  ดังนี้   เมื่อจะเริ่มสนทนา  จึงกล่าวคาถา
ที่  ๑  ว่า :-
                        ดูก่อนแม่กัจจานี    ท่านสระผม    นุ่งห่ม
           ผ้าขาวสะอาด    ยกถาดสำหรับนึ่ง     ขึ้นบนเตา
           ที่ทำด้วยศีรษะมนุษย์  ยีแป้ง  ล้างงา  ซาวข้าวสาร
           ทำไม  ข้าวสุกคลุกงา  จะมีไว้เพื่อเหตุอะไร ?
         พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้น   ดังต่อไปนี้ :-   ท้าวสักกเทวราช
เรียกหญิงนั้น  โดยโคตรว่า   กัจจานี.
         บทว่า   กุมฺภิมธิสฺสยิตฺวา   ความว่า  ยกถาดสำหรับนึ่งนี้ขึ้นบน
เตาที่ทำด้วยศีรษะมนุษย์
         บทว่า   เหหิติ    ความว่า    ข้าวสุกคลุกงานี้จะมีไว้เพื่อเหตุอะไร
คือท่านจะบริโภคด้วยตนเองหรือยังมีเหตุอย่างอื่นแอบแฝงอยู่ ?
หน้า ๔๖๒