๔๖๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๔๖๔
         ลำดับนั้น   หญิงนั้นเมื่อจะบอกความแก่ท้าวสักกะเทวราช   ได้
กล่าวคาถาที่  ๒  ว่า :-
                        ดูก่อนพราหมณ์    ข้าวสุกคลุกงา   ที่ทำ
           ให้สุกดีนี้  มิใช่เพื่อบริโภคเอง   ธรรมคือความ
           อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่      และธรรมคือสุจริต  ๓
           ประการ   ได้สูญไปแล้ว  วันนี้ข้าพเจ้าจักทำการ
           บูชาธรรมนั้น  ในกลางป่าช้า.
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺโม ได้แก่ธรรมคือความอ่อนน้อม
ต่อผู้เจริญ.   และธรรมคือสุจริต  ๓   ประการ.
         บทว่า   ตสฺส  ปหูนมชฺช   ความว่า   ข้าพเจ้าจักกระทำมตกภัตร
คือภัตรเพื่อผู้ตายนี้    แก่ธรรมนั้น.
         ต่อจากนั้น   ท้าวสักกเทวราช   จึงได้ตรัสคาถาที่ ๓ :-
                        ดูก่อนแม่กัจจานี     เธอจงตริตรองก่อน
           แล้วจึงทำการงาน  ใครบอกเธอว่า    ธรรมสูญ
           เสียแล้ว    ธรรมอันประเสริฐ   เปรียบด้วยท้าว
           สหัสสเนตร  มีอานุภาพหาที่เปรียบมิได้  ย่อม
           ไม่ตายในกาลไหน ๆ.
หน้า ๔๖๓