๔๘๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๔๘๓
เท้าลงบนแผ่นหิน  คือ  ค่อย ๆ ก้าวลง   อย่าให้ลื่นพลาดไปที่แผ่นหินได้.
ดังนี้แล้ว   จับมือก้าวลงไป.
         พระมหาสัตว์ได้กราบทูลถึงเหตุที่กินนรร้องดังนี้แล้ว   ได้ทูลขอ
ให้ทรงปล่อยกินนรนั้น  แล้วกราบทูลต่อไปว่า   ดูก่อนมหาบพิตร   เสียง
ที่ ๘ เป็นเสียงเปล่งอุทาน    คือที่เงื้อมภูเขา   นันทมูลกะ     พระปัจเจก-
พุทธเจ้าองค์หนึ่งว่า   อายุสังขารของตนจะสิ้นแล้ว    จึงคิดว่าจักไปแดน
มนุษย์ ปรินิพพานในพระราชอุทยานของพระเจ้าพาราณสี  พวกมนุษย์
จักเผาศพเรา   จักเล่นสาธุกีฬา   บูชาธาตุบำเพ็ญทางสวรรค์    ดังนี้แล้ว
เหาะมาด้วยฤทธานุภาพ    เวลามาถึงยอดปราสาทของพระองค์  ได้ปลง
ขันธภาระเปล่งอุทานแสดงเมืองแก้วคือนิพพาน   ดังนี้แล้ว    กล่าวคาถา
ที่พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวไว้   ความว่า :-
                        เราเห็นพระนิพพานอันเป็นที่สิ้นชาติ  ไม่
           ต้องกลับมานอนในครรภ์อีก โดยไม่ต้องสงสัย
           ความเกิดของเรานี้    มีในที่สุดแล้ว     การนอน
           ในครรภ์เป็นหนสุดท้ายแล้ว     สงสารเพื่อภพ
           ใหม่ต่อไปของเราสิ้นสุดแล้ว.
         คาถานั้นมีอรรถาธิบายดังนี้.   เราชื่อว่าเห็นชัดที่สุดแห่งความสิ้น
ชาติ  เพราะได้เห็นพระนิพพาน    กล่าวคือความสิ้นไปแห่งชาติแล้ว  ไม่
ต้องเวียนมาสู่การนอนในครรภ์อีก   โดยไม่ต้องสงสัย  ความเกิดของเรา
หน้า ๔๘๒