| เท้าลงบนแผ่นหิน คือ ค่อย ๆ ก้าวลง อย่าให้ลื่นพลาดไปที่แผ่นหินได้. |
| ดังนี้แล้ว จับมือก้าวลงไป. |
| พระมหาสัตว์ได้กราบทูลถึงเหตุที่กินนรร้องดังนี้แล้ว ได้ทูลขอ |
| ให้ทรงปล่อยกินนรนั้น แล้วกราบทูลต่อไปว่า ดูก่อนมหาบพิตร เสียง |
| ที่ ๘ เป็นเสียงเปล่งอุทาน คือที่เงื้อมภูเขา นันทมูลกะ พระปัจเจก- |
| พุทธเจ้าองค์หนึ่งว่า อายุสังขารของตนจะสิ้นแล้ว จึงคิดว่าจักไปแดน |
| มนุษย์ ปรินิพพานในพระราชอุทยานของพระเจ้าพาราณสี พวกมนุษย์ |
| จักเผาศพเรา จักเล่นสาธุกีฬา บูชาธาตุบำเพ็ญทางสวรรค์ ดังนี้แล้ว |
| เหาะมาด้วยฤทธานุภาพ เวลามาถึงยอดปราสาทของพระองค์ ได้ปลง |
| ขันธภาระเปล่งอุทานแสดงเมืองแก้วคือนิพพาน ดังนี้แล้ว กล่าวคาถา |
| ที่พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวไว้ ความว่า :- |
| เราเห็นพระนิพพานอันเป็นที่สิ้นชาติ ไม่ |
| ต้องกลับมานอนในครรภ์อีก โดยไม่ต้องสงสัย |
| ความเกิดของเรานี้ มีในที่สุดแล้ว การนอน |
| ในครรภ์เป็นหนสุดท้ายแล้ว สงสารเพื่อภพ |
| ใหม่ต่อไปของเราสิ้นสุดแล้ว. |
| คาถานั้นมีอรรถาธิบายดังนี้. เราชื่อว่าเห็นชัดที่สุดแห่งความสิ้น |
| ชาติ เพราะได้เห็นพระนิพพาน กล่าวคือความสิ้นไปแห่งชาติแล้ว ไม่ |
| ต้องเวียนมาสู่การนอนในครรภ์อีก โดยไม่ต้องสงสัย ความเกิดของเรา |