๔๙๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๐๑
กลัว   กล่าวว่า   ข้าแต่ท่านผู้เจริญ   กระผมไม่รู้ว่าท่านมาแล้ว    เข้าใจว่า
เป็นเนื้อจึงยิงไป  ขอท่านได้โปรดงดโทษแก่กระผมเถิด  เมื่อพระปัจเจก-
พุทธเจ้ากล่าวว่า   ข้อนี้ยกไว้เถอะ    บัดนี้ท่านจะกระทำอย่างไร    จงมา
ถอนเอาลูกศรไปเสีย   เขาไหว้แล้วถอนลูกศร.     เวทนาเป็นอันมากเกิด
ขึ้นแล้ว.  พระปัจเจกพุทธเจ้าปรินิพพาน ณ ที่นั้นเอง.     คนเฝ้าสวนคิด
ว่า  ถ้าพระราชาทรงทราบจักไม่ยอมไว้ชีวิตเรา  จึงพาลูกเมียหนีไป.  ใน
ทันใดนั่นเอง  ด้วยเทวานุภาพ  ได้ดลบันดาลให้เกิดโกลาหลทั่วพระนคร
ว่า   พระปัจเจกพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว.
         วันรุ่งขึ้น  ผู้คนพากันไปพระราชอุทยาน  เห็นพระปัจเจกพุทธ-
เจ้าแล้ว   กราบทูลพระราชาว่า     คนเฝ้าสวนฆ่าพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว
หนีไป.    พระราชาเสด็จไปด้วยบริวารเป็นอันมาก   ทรงบูชาศพเจ็ดวัน
แล้วทรงทำฌาปนกิจด้วยสักการะใหญ่  เก็บพระธาตุ  ก่อพระเจดีย์บรรจุ
พระธาตุ  บูชาพระเจดีย์นั้น    ครอบครองราชสมบัติโดยธรรม.     ฝ่าย
นายสุมังคละ   พอล่วงไปหนึ่งปี  คิดว่า  เราจักรู้วาระน้ำจิตของพระวาชา
จึงมาหาอำมาตย์คนหนึ่ง    กล่าวว่า   ท่านจงรู้ว่า    พระราชาทรงรู้สึกใน
เราอย่างไร ? อำมาตย์นั้นกล่าวพรรณาคุณของนายสุมังคละในสำนักของ
พระราชา. พระราชาทำเป็นไม่ได้ยินเสีย. อำมาตย์ไม่ได้กล่าวอะไร ๆ อีก
กลับมาบอกนายสุมังคละว่า   พระราชาทรงไม่พอพระทัย.    พอล่วงไปปี
ที่สอง    นายสุมังคละย้อนมาอีก   พระราชาได้ทรงนิ่งเสียเช่นคราวก่อน
หน้า ๕๐๐