๕๐๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๐๕
         บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า  อเปกฺขิยาน  ความว่า ได้เห็น  คือรู้.
ท่านกล่าวอธิบายไว้ดังนี้.     แน่ะพ่อ     ธรรมดาพระราชาผู้เป็นใหญ่ใน
แผ่นดินรู้ว่า   เรากำลังโกรธจัด   คือถูกความโกรธที่มีกำลังครอบงำ   ไม่
พึ่งด่วนลงอาชญาอันต่างด้วยอาชญามีวัตถุ  ๘ ประการเป็นต้น    ต่อผู้อื่น
คือไม่พึงยังอาชญาให้เป็นไป.
         เพราะเหตุไร ?
         เพราะว่าพระราชาทรงกริ้วแล้ว     ไม่พึงรีบลงอาชญา  ๘  อย่าง
๑๖  อย่าง    โดยอฐานะ   คือโดยเหตุอันไม่บังควร    ไม่พึงรับสั่งให้เขา
นำสินไหมมาเท่านี้   หรือให้ลงทัณฑ์นี้แก่เขา   ซึ่งไม่สมควรแก่ความเป็น
พระราชาของตน   พึงถอนความทุกข์ร้ายแรง   คือทุกข์ที่มีกำลังของผู้อื่น
เสีย.
         บทว่า   ยโต   แปลว่า  ในเวลาใด.
         ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ดังนี้   ก็เมื่อใดพระราชารู้ความผ่องใสแห่ง
จิตของตนซึ่งเกิดขึ้นในผู้อื่น  พึงประกอบคือกำหนดความผิด    คือคดีที่
ผู้อื่นทำไว้แผนกหนึ่ง   เมื่อนั้นทรงใคร่ครวญอย่างนี้แล้ว  พึงทำข้อความ
ให้แจ่มแจ้ง  ด้วยตนเองว่า  ในคดีนี้   นี้เป็นส่วนประโยชน์   นี้เป็นส่วน
โทษของผู้นั้น   ดังนี้แล้ว   จึงเรียกเอาทรัพย์ของผู้ทำผิดนั้น  ๘ กหาปณะ
หรือ ๑๖ กหาปณะ  ให้พอแก่แปดหรือสิบหกกระทง   มาตั้งลงปรับไหม
คล้ายลงอาชญา   คือใช้แทนโทษ.
หน้า ๕๐๔