๕๑๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๑๔
         ในอดีตกาล     เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนคร-
พาราณสี  ในพระนครนั้น   มีเศรษฐีคนหนึ่ง   ชื่อว่า   สุจิบริวาร    มี
สมบัติ  ๘๐ โกฏิ  เป็นผู้ยินดีในบุญกุศล  มีให้ทานเป็นต้น.   บุตรภรรยา
ก็ดี       บริวารชนของเขาก็ดี      โดยที่สุดแม้เด็กเลี้ยงโคในเรือนนั้นก็ดี
ทั้งหมดพากันอยู่รักษาอุโบสถ  เดือนละ ๖ วัน.  ครั้งนั้น  พระโพธิสัตว์
เกิดในตระกูลคนจนตระกูลหนึ่ง   รับจ้างเขาเลี้ยงชีพ   เป็นอยู่ด้วยความ
ลำบาก.   พระโพธิสัตว์คิดว่า  เราจักทำงานรับจ้าง  จึงได้ไปยังเรือนของ
สุจิบริวารเศรษฐี  ไหว้แล้วยืนอยู่  ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง  เมื่อท่านเศรษฐี
ถามว่า  ท่านมาทำไม  จึงกล่าวว่า  มาเพื่อรับจ้างทำงานในเรือนของท่าน.
ท่านเศรษฐีได้เคยพูดบอกแก่ลูกจ้างคนอื่น ๆ   ไว้ในวันที่มาถึงว่า    ผู้ที่
ทำงานในเรือนนี้รักษาศีลทุกคน   เมื่อท่านอาจรักษาศีลได้   ก็จงทำงาน
เถิด.     แต่สำหรับพระโพธิสัตว์     ท่านเศรษฐีไม่ได้บอกให้รักษาศีล.
กล่าวรับพระโพธิสัตว์ว่า   ดีแล้วพ่อ   ท่านจงอยู่รับจ้างทำงานเถิด.
         นับแต่นั้นมา   พระโพธิสัตว์เป็นคนว่าง่าย  ทุ่มเทชีวิต  มิได้คิด
เห็นแก่ความเหนื่อยยากของตน   ทำงานทุกอยางให้ท่านเศรษฐี.   พระ-
โพธิสัตว์ไปทำงานแต่เช้าตรู่   ในตอนเย็นจึงกลับมา.   อยู่มาวันหนึ่งเขา
ป่าวประกาศมหรสพในพระนคร.       มหาเศรษฐีเรียกนางทาสีมาสั่งว่า
วันนี้เป็นวันอุโบสถ   เจ้าจงหุงข้าวให้พวกกรรมกรในเรือนแต่เช้าทีเดียว
ถึงเวลาเขาจักได้กิน    แล้วรักษาอุโบสถ.    พระโพธิสัตว์ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่
หน้า ๕๑๓