๕๑๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๑๕
ไปทำงาน.  ไม่มีใครบอกแก่พระโพธิสัตว์ว่า  วันนี้ท่านพึงรักษาอุโบสถ.
พวกกรรมกรที่เหลือบริโภคอาหารแต่เช้า    แล้วรักษาอุโบสถ.    แม้ท่าน
เศรษฐี  พร้อมด้วยลูกเมียบริวารชน  ได้อธิษฐานอุโบสถ.   พวกที่รักษา
อุโบสถแม้ทั้งหมด ไปที่อยู่ของตน ๆ นั่งนึกถึงศีล.   พระโพธิสัตว์ทำงาน
ตลอดวัน    กลับมาในเวลาที่พระอาทิตย์ตกแล้ว.    ลำดับนั้น    พวกจัด
อาหารได้ให้น้ำล้างมือแก่พระโพธิสัตว์   แล้วคดข้าวใส่ถาดส่งให้.   พระ-
โพธิสัตว์   ถามว่า   วันอื่น ๆ   ในเวลาเช่นนี้ ได้มีเรื่องอื้ออึง    แต่วันนี้
เขาไปไหนกันหมด เมื่อได้ฟังว่า  ทุกคนสมาทานอุโบสถไปที่อยู่ของตน ๆ
จึงคิดว่า    เราเป็นคนทุศีลคนเดียว    จักอยู่ไม่ได้ในกลุ่มของคนผู้มีศีล
เหล่านี้     เมื่อเราอธิษฐานองค์อุโบสถเดียวนี้     จักเป็นอุโบสถกรรมหรือ
ไม่หนอ    คิดดังนี้แล้วจึงไปถามท่านเศรษฐี.    ลำดับนั้น    ท่านเศรษฐี
กล่าวกะพระโพธิสัตว์ว่า   แน่ะพ่อ   จะเป็นอุโบสถกรรมไปทั้งหมดไม่ได้
เพราะไม่ได้อธิษฐานแต่เช้า         แต่ก็เป็นเพียงกึ่งอุโบสถกรรมเท่านั้น.
พระโพธิสัตว์กล่าวว่า เพียงเท่านี้ก็ช่างเถอะ ได้สมาทานศีลในสำนักของ
ท่านเศรษฐี    อธิษฐานอุโบสถแล้วเข้าที่อยู่ของตน    นอนนึกถึงศีลอยู่.
ครั้นราตรีล่วงเข้าปัจฉิมยาม        ลมสัตถกวาตก็เกิดขึ้นแก่พระโพธิสัตว์
เพราะอดอาหารมาตลอดวัน.   แม้ท่านเศรษฐีจะประกอบเภสัชต่าง ๆ นำ
มาให้บริโภค     พระโพธิสัตว์ก็กล่าวว่า     ข้าพเจ้าสมาทานอุโบสถแล้ว
โดยยอมสละชีวิต   ด้วยคิดว่า   จักไม่ทำลายอุโบสถ.    เวทนากล้าแข็งได้
หน้า ๕๑๔