๕๑๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๑๘
ครั้นเวลาเที่ยง    เดินเหยียบทรายร้อนราวกะว่าถ่านไฟ   เขาร่าเริงยินดี
เพราะอยากได้ทรัพย์   นุ่งห่มท่อนผ้ากาสาวะ   ประดับใบตาลที่หู   เดิน
ขับร้องเพลงเฉื่อยเรื่อยไปผู้เดียว   เดินผ่านไปทางพระลานหลวง.
        พระเจ้าอุทัยราช   เปิดสีหบัญชรประทับยืนอยู่  ทอดพระเนตร
เห็นบุรุษรับจ้างเดินมาอย่างนั้น    ทรงพระดำริว่า     อะไรหนอที่ทำให้
บุรุษนี้ไม่ย่อท้อต่อลมและแดดเห็นปานนั้น    มีความร่าเริงยินดีเดินร้อง
เพลงไป   เราจักถามเขาดู   ดังนี้    แล้วทรงส่งบุรุษไปคนหนึ่งให้เรียกมา.
เมื่อบุรุษนั้นไปบอกว่า  พระราชาตรัสเรียกท่าน   เขาตอบว่า  พระราชา
เป็นอะไรกับเรา    เราไม่รู้จักพระราชา    ดังนี้.    จึงถูกนำตัวไปโดยการ
ใช้กำลัง  ยืนอยู่   ณ  ส่วนข้างหนึ่ง.    ลำดับนั้น  พระราชาเมื่อจะตรัส
ถามเขา  ได้ตรัสคาถาของคาถา   ความว่า :-
                        แผ่นดินร้อนเหมือนถ่านไฟ  ดารดาษไป
           ด้วยทรายอันร้อนเหมือนเถ้ารึง  เมื่อเป็นเช่นนี้
           เจ้ายังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน  ขับเพลงอยู่ได้  แดด
           ไม่เผาเจ้าดอกหรือ  เบื้องบนก็ร้อน  เบื้องล่าง
           ก็ร้อน  เมื่อเป็นเช่นนี้  เจ้ายังทำเป็นทองไม่รู้
           ร้อน  ขับเพลงอยู่ได้  แดดไม่เผาเจ้าดอกหรือ ?
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   องฺคารชาตา   ความว่า   แน่ะบุรุษ
ผู้เจริญ   แผ่นดินนี้ร้อนระอุประดุจถ่านเพลิง.
หน้า ๕๑๗