| ครั้นเวลาเที่ยง เดินเหยียบทรายร้อนราวกะว่าถ่านไฟ เขาร่าเริงยินดี |
| เพราะอยากได้ทรัพย์ นุ่งห่มท่อนผ้ากาสาวะ ประดับใบตาลที่หู เดิน |
| ขับร้องเพลงเฉื่อยเรื่อยไปผู้เดียว เดินผ่านไปทางพระลานหลวง. |
| พระเจ้าอุทัยราช เปิดสีหบัญชรประทับยืนอยู่ ทอดพระเนตร |
| เห็นบุรุษรับจ้างเดินมาอย่างนั้น ทรงพระดำริว่า อะไรหนอที่ทำให้ |
| บุรุษนี้ไม่ย่อท้อต่อลมและแดดเห็นปานนั้น มีความร่าเริงยินดีเดินร้อง |
| เพลงไป เราจักถามเขาดู ดังนี้ แล้วทรงส่งบุรุษไปคนหนึ่งให้เรียกมา. |
| เมื่อบุรุษนั้นไปบอกว่า พระราชาตรัสเรียกท่าน เขาตอบว่า พระราชา |
| เป็นอะไรกับเรา เราไม่รู้จักพระราชา ดังนี้. จึงถูกนำตัวไปโดยการ |
| ใช้กำลัง ยืนอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง. ลำดับนั้น พระราชาเมื่อจะตรัส |
| ถามเขา ได้ตรัสคาถาของคาถา ความว่า :- |
| แผ่นดินร้อนเหมือนถ่านไฟ ดารดาษไป |
| ด้วยทรายอันร้อนเหมือนเถ้ารึง เมื่อเป็นเช่นนี้ |
| เจ้ายังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ขับเพลงอยู่ได้ แดด |
| ไม่เผาเจ้าดอกหรือ เบื้องบนก็ร้อน เบื้องล่าง |
| ก็ร้อน เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้ายังทำเป็นทองไม่รู้ |
| ร้อน ขับเพลงอยู่ได้ แดดไม่เผาเจ้าดอกหรือ ? |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า องฺคารชาตา ความว่า แน่ะบุรุษ |
| ผู้เจริญ แผ่นดินนี้ร้อนระอุประดุจถ่านเพลิง. |