| [๘๕๙] ผู้ใดไม่ให้ปันไม่เสียสละโภคะ พูดแต่ |
| คำอ่อนหวานที่ไร้ผลในมิตรทั้งหลาย ความ |
| สัมพันธ์กับมิตรนั้น ของผู้นั้น จะจืดจางไป. |
| [๘๖๐] เพราะว่า คนควรพูดแต่สิ่งที่จะต้องทำ |
| ไม่ควรพูดถึงสิ่งที่ไม่ต้องทำ บัณฑิตทั้งหลาย |
| รู้จักคนไม่ทำดีแต่พูด. |
| [๘๖๑] ก็แหละกำลังพลของเราร่อยหรอแล้ว และ |
| สะเบียงก็ไม่มี เราสงสัยในความสิ้นชีวิตของ |
| ตน เชิญเถิด เราจะไปเดี๋ยวนี้แหละ. |
| [๘๖๒] ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ |
| สิ่งใดมีอยู่ในชื่อ สิ่งนั้นนั่นแหละเป็นชื่อของ |
| หม่อมฉัน ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์ |
| จงทรงรอก่อน หม่อมฉันจะขอบอกลาบิดา. |
| จบ อาสังกชาดกที่ ๕ |
| |
| อรรถกาอาสังกชาดกที่ ๕ |
| |
| พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ |
| การหลอกลวงของภรรยาเก่า จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า อาสาวตี |
| นาน ลตา ดังนี้. เรื่องนี้จักมีแจ้งชัดในอินทริยชาดกข้างหน้า. |