| ได้ สอดพระแสงดาบเข้าฝัก แต่หวนคิดแล้วคิดเล่าถึงสองครั้งสามครั้ง |
| จิตคิดฆ่านั้น ยังไม่สงบลงได้. ที่นั้น จึงตั้งพระทัยสะกดจิต คิดว่า |
| จิตดวงนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็จะพึงประกอบเราไว้ในกรรมลามก จึงแข็ง |
| พระทัยขว้างพระแสงดาบไปบนพื้นดิน ปลุกพระเจ้าอุทัยราชให้ตื่น |
| บรรทม แล้วหมอบลงแทบพระบาท กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ขอ |
| พระองค์จงงดโทษแก่ข้าพระองค์เถิด. พระเจ้าอุทัยราชตรัสว่า ดูก่อน |
| สหาย โทษในระหว่างท่านกับเราไม่มีมิใช่หรือ ? |
| มีพระองค์ หม่อมฉันได้ทำอย่างนี้ ๆ. |
| ถ้าเช่นนั้นเรายกโทษให้ท่าน ก็เมื่อท่านอยากได้ครองราชสมบัติ |
| ก็จงครองราชสมบัติเถิด ส่วนเราจักเป็นอุปราชทำนุบำรุงท่าน. |
| พระเจ้าอัฑฒมาสกราชกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ข้าพระองค์ |
| ไม่ต้องการราชสมบัติ เพราะตัณหานี้จักให้ข้าพระองค์ไปเกิดในอบาย |
| พระองค์จงครอบครองราชสมบัติของพระองค์แต่เพียงผู้เดียวเถิด ข้า |
| พระองค์จักขอลาบวช มูลรากแห่งกามคุณ ข้าพระองค์เห็นแล้ว ความ |
| จริงกามคุณนี้เจริญแก่ผู้ดำริอยู่ บัดนี้แต่นี้ไป ข้าพระองค์จักไม่ดำริถึง |
| อีกเลย ดังนี้ เมื่อจะเปล่งอุทาน จึงตรัสคาถาที่ ๔ ความว่า :- |
| ดูก่อนกาม เราได้เห็นมูลรากของเจ้า |
| แล้ว เจ้าเกิดจากความดำริ เราจักไม่ดำริถึงเจ้า |
| อีกละ เจ้าจักไม่เกิดด้วยอาการอย่างนี้. |