๕๒๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๒๕
         พระเจ้าอัฑฒมาสกราช   ครั้นแสดงธรรมแก่มหาชนอย่างนี้แล้ว
ให้พระเจ้าอุทัยราชทรงปกครองราชสมบัติ     ละมหาชนผู้มีหน้าชุ่มด้วย
น้ำตาร้องไห้อยู่    เข้าหิมวันตประเทศ    บวชแล้วยังฌานและอภิญญาให้
เกิด.    เมื่อพระเจ้าอัฑฒมาสกราชบวชแล้ว    พระเจ้าอุทัยราช    เมื่อจะ
เปล่งอุทานให้ครบกระบวนถ้วนความ   จึงตรัสคาถาที่ ๖   ความว่า :-
                        การที่เราได้เป็นพระเจ้าอุทัยราชถึงความ
           เป็นใหญ่   นี้เป็นผลแห่งกรรม   มีประมาณน้อย
           ของเรา       มาณพใดละกามราคะออกบวชแล้ว
           มาณพนั้นชื่อว่าได้ลาภดีแล้ว.
         บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า อุทโย พระเจ้าอุทัยราชตรัสหมายถึง
พระองค์เอง.    บทว่า   มหตฺตปตฺตํ   ความว่า  ถึงความเป็นใหญ่  ได้แก่
บรรลุถึงซึ่งอิสสริยยศอันไพบูลย์.   บทว่า   มาณวสฺส   ความว่า   ชื่อว่า
เป็นลาภอันมาณพผู้เป็นสหายของเรา  ผู้ข้องอยู่ได้ดีแล้ว.   พระเจ้าอุทัย-
ราช  ตรัสไว้โดยมีความมุ่งหมายว่า  มานพใดละกามราคะ  ออกบวชแล้ว
ดังนี้เท่านี้.
          เนื้อความของคาถานี้ไม่มีใครรู้.  อยู่มาวันหนึ่ง  พระอัครมเหสี
ทูลถามเนื้อความของพระคาถากะพระราชา.  ก็พระราชามีนายช่างกัลบก
คนหนึ่ง ชื่อ  คังคมาล.   นายคังคมาลนั้น  เมื่อจะแต่งพระมัสสุพระราชา
หน้า ๕๒๔