| ปัจเจกโพธิญาณ ครองบาตรจีวรที่เกิดขึ้นด้วยฤทธิ์ จำพรรษาที่ภูเขา |
| คันธมาทน์ ห้าพรรษา คิดว่า จักเยี่ยมพระเจ้าพาราณสี จึงเหาะมา |
| นั่งอยู่บนมงคลศิลา ในมงคลราชอุทยาน. คนเหล่าพระราชอุทยานจำได้ |
| จึงไปกราบทูลพระราชาว่า ขอเดชะ นายช่างกัลบกคังคาลมาล เป็น |
| พระปัจเจกพุทธเจ้า เหาะมานั่งอยู่ในมงคลราชอุทยาน. พระราชาทรง |
| สดับแล้ว รีบเสด็จออกมาด้วยหวังว่า จักไหว้พระปัจเจกพุทธเจ้า. |
| พระราชชนนี ก็เสด็จออกไปพร้อมกับพระราชา. พระราชาเสด็จเข้าสู่ |
| พระราชอุทยานไหว้พระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วน |
| ข้างหนึ่ง พร้อมด้วยบริษัท. พระปัจเจกพุทธเจ้า เมื่อจะทำปฏิสันถาร |
| กับพระราชา ได้เรียกพระราชาตามนามสกุลว่า ดูก่อนพรหมทัต |
| พระองค์เป็นผู้ไม่ประมาท ครองราชสมบัติโดยธรรม บำเพ็ญบุญมีให้ |
| ทานเป็นต้นอยู่หรือ ดังนี้แล้ว ทำปฏิสันถาร. พระราชชนนีได้สดับ |
| ดังนั้น ทรงพระพิโรธว่า คังคมาลนี้ มีชาติเป็นคนเลว ลามก เป็น |
| ลูกช่างกัลบก ไม่รู้จักประมาณตน เรียกโอรสของเรา ซึ่งเป็นพระเจ้า |
| แผ่นดิน เป็นกษัตริย์โดยชาติ โดยชื่อว่า พรหมทัต ดังนี้ จึงตรัส |
| คาลาที่ ๗ ความว่า :- |
| สัตว์ทั้งหลาย ย่อมละกรรมชั่วด้วยตบะ |
| แต่สัตว์เหล่านั้น จะละความเป็นคน ผู้ใช้หม้อ |
| ตักน้ำให้เขาอาบได้หรือ แน่ะ คังคมาละ การที่ |