๕๒๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๒๘
ปัจเจกโพธิญาณ    ครองบาตรจีวรที่เกิดขึ้นด้วยฤทธิ์     จำพรรษาที่ภูเขา
คันธมาทน์   ห้าพรรษา   คิดว่า    จักเยี่ยมพระเจ้าพาราณสี    จึงเหาะมา
นั่งอยู่บนมงคลศิลา  ในมงคลราชอุทยาน.   คนเหล่าพระราชอุทยานจำได้
จึงไปกราบทูลพระราชาว่า    ขอเดชะ    นายช่างกัลบกคังคาลมาล   เป็น
พระปัจเจกพุทธเจ้า   เหาะมานั่งอยู่ในมงคลราชอุทยาน.   พระราชาทรง
สดับแล้ว       รีบเสด็จออกมาด้วยหวังว่า      จักไหว้พระปัจเจกพุทธเจ้า.
พระราชชนนี   ก็เสด็จออกไปพร้อมกับพระราชา.   พระราชาเสด็จเข้าสู่
พระราชอุทยานไหว้พระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว   ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วน
ข้างหนึ่ง   พร้อมด้วยบริษัท.    พระปัจเจกพุทธเจ้า   เมื่อจะทำปฏิสันถาร
กับพระราชา      ได้เรียกพระราชาตามนามสกุลว่า     ดูก่อนพรหมทัต
พระองค์เป็นผู้ไม่ประมาท   ครองราชสมบัติโดยธรรม   บำเพ็ญบุญมีให้
ทานเป็นต้นอยู่หรือ   ดังนี้แล้ว   ทำปฏิสันถาร.    พระราชชนนีได้สดับ
ดังนั้น   ทรงพระพิโรธว่า   คังคมาลนี้    มีชาติเป็นคนเลว   ลามก    เป็น
ลูกช่างกัลบก  ไม่รู้จักประมาณตน   เรียกโอรสของเรา   ซึ่งเป็นพระเจ้า
แผ่นดิน   เป็นกษัตริย์โดยชาติ   โดยชื่อว่า   พรหมทัต   ดังนี้   จึงตรัส
คาลาที่ ๗   ความว่า :-
                        สัตว์ทั้งหลาย   ย่อมละกรรมชั่วด้วยตบะ
           แต่สัตว์เหล่านั้น จะละความเป็นคน   ผู้ใช้หม้อ
           ตักน้ำให้เขาอาบได้หรือ แน่ะ คังคมาละ การที่
หน้า ๕๒๗