๕๓๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๓๘
อาจารย์เดียวกันกับพระราชา.   ในสมัยที่พระราชายังเป็นพระราชกุมาร
พระองค์ได้ทรงปฏิญญากะโกรกลัมพกพราหมณ์ไว้ว่า    เมื่อเราได้ครอง-
ราชสมบัติแล้ว  จักให้ตำแหน่งปุโรหิตกับท่าน.  ครั้นพระองค์ขึ้นครอง-
ราชสมบัติแล้ว  ก็ไม่อาจถอดกปิลพราหมณ์  ซึ่งเป็นปุโรหิตของพระชน
ออกจากตำแหน่งปุโรหิตได้.     ก็เมื่อกปิลปุโรหิตเข้าเฝ้า   พระองค์ก็ทรง
แสดงความยำเกรง   ด้วยความเคารพในปุโรหิตนั้น.     พราหมณ์สังเกตุ
อาการนั้นแล้วคิดว่า   ธรรมดาการครองราชสมบัติ   ต้องบริหารกับผู้ที่มี
วัยเสมอกันจึงจะดี    เราจักทูลลาพระราชาบวช   ดังนี้แล้วจึงกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ   ข้าพระองค์เป็นคนแก่  ที่เรือนมีกุมารอยู่คน
หนึ่ง   ขอพระองค์จงตั้งกุมารนั้นให้เป็นปุโรหิต  ข้าพระองค์จับบวช ขอ
พระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วตั้งบุตรไว้ในตำแหน่งปุโรหิต   เข้า
พระราชอุทยาน   บวชเป็นฤาษี  ยังฌานและอภิญญาให้เกิดแล้ว      อยู่
ในพระราชอุทยานนั้นเอง  โดยอาศัยบุตรเป็นผู้บำรุง.
         โกรกลัมพกพราหมณ์    ผูกอาฆาตพี่ชายว่า   พี่ชายของเรานี้แม้
บวช   ก็ยังไม่ให้ฐานันดรแก่เรา  วันหนึ่งขณะที่สนทนากัน  พระราชา
ตรัสถามว่า  โกรกลัมพกะ   ท่านไม่ได้ตำแหน่งปุโรหิตดอกหรือ ?  เขา
กราบทูลว่า   ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ   พระเจ้าข้า    ข้าพระองค์ไม่ได้
ทำ  พี่ชายของข้าพระองค์ทำ.
         พระราชารับสั่งว่า    ก็พี่ชายของท่านบวชแล้ว    มิใช่หรือ ?
         เขาทูลว่า   พระเจ้าข้า  เขาบวชแล้ว   แต่เขาได้ให้พระองค์ประ-
หน้า ๕๓๗