| พระเจ้าอุปริจรราช ได้สดับโอวาทแล้ว มีพระหทัยกลัว ทอด. |
| พระเนตรดูโกรกลัมพกพราหมณ์. ลำดับนั้น โกรกลัมพกพราหมณ์ |
| จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ขอพระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระ- |
| องค์ ได้กราบทูลเรื่องนี้แก่พระองค์ไว้ก่อนแล้ว มิใช่หรือ ? พระ- |
| ราชาถึงจะได้ทรงสดับคำของกปิลปุโรหิตแล้วก็ตาม แต่เพื่อจะรักษา |
| พระดำรัสของพระองค์ไว้ จึงได้ตรัสว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านเป็น |
| น้องชายโกรกลัมพกะเป็นพี่ชาย. ทันใดนั้น เทพบุตรทั้ง ๔ องค์กล่าว |
| ว่า พวกเราจักไม่อารักขาคนมุสาวาทเช่นท่าน แล้วได้ทิ้งพระขรรค์ไว้ |
| ใกล้บาทพระราชา อันตรธานไปพร้อมกันที่พระราชาได้ตรัสมุสาวาท. |
| พระโอฐก็มีกลิ่นเหม็นเหมือนฟองไข่เน่าแตก พระวรกายก็มีกลิ่นเหม็น |
| เหมือนเวจกุฎีที่เปิดไว้ ฟุ้งตลบไป. พระราชาก็ตกจากอากาศ ประทับ |
| อยู่บนแผ่นดิน ฤทธิ์ทั้ง ๔ ได้เสื่อมไปแล้ว. ลำดับนั้น มหาปุโรหิตได้ |
| กราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่พระราชาผู้เป็นใหญ่ ขอพระองค์อย่าได้ทรง |
| กลัวเลย ถ้าพระองค์ตรัสสัจวาจาไซร้ ข้าพระองค์จักทำสิ่งทั้งปวงให้ |
| กลับเป็นปกติแด่พระองค์ แล้วกล่าวคาถาที่ ๓ ความว่า :- |
| ข้าแต่พระเจ้าเจติยราช ถ้าพระองค์ตรัส |
| สัจวาจา พระองค์ก็จะประทับอยู่ในพระราชวัง |
| ตามเดิมได้ ถ้ายังตรัสมุสาวาทอยู่ พระองค์ก็ |
| จะดำรงอยู่ได้เพียงบนพื้นดิน ไม่สามารถจะ |