๕๔๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๔๓
         พระเจ้าอุปริจรราช   ได้สดับโอวาทแล้ว  มีพระหทัยกลัว   ทอด.
พระเนตรดูโกรกลัมพกพราหมณ์.     ลำดับนั้น    โกรกลัมพกพราหมณ์
จึงกราบทูลว่า   ข้าแต่มหาราชเจ้า  ขอพระองค์อย่าทรงกลัวเลย  ข้าพระ-
องค์  ได้กราบทูลเรื่องนี้แก่พระองค์ไว้ก่อนแล้ว มิใช่หรือ ?          พระ-
ราชาถึงจะได้ทรงสดับคำของกปิลปุโรหิตแล้วก็ตาม      แต่เพื่อจะรักษา
พระดำรัสของพระองค์ไว้    จึงได้ตรัสว่า    ข้าแต่ท่านผู้เจริญ   ท่านเป็น
น้องชายโกรกลัมพกะเป็นพี่ชาย.   ทันใดนั้น   เทพบุตรทั้ง ๔ องค์กล่าว
ว่า   พวกเราจักไม่อารักขาคนมุสาวาทเช่นท่าน   แล้วได้ทิ้งพระขรรค์ไว้
ใกล้บาทพระราชา     อันตรธานไปพร้อมกันที่พระราชาได้ตรัสมุสาวาท.
พระโอฐก็มีกลิ่นเหม็นเหมือนฟองไข่เน่าแตก   พระวรกายก็มีกลิ่นเหม็น
เหมือนเวจกุฎีที่เปิดไว้   ฟุ้งตลบไป.   พระราชาก็ตกจากอากาศ   ประทับ
อยู่บนแผ่นดิน   ฤทธิ์ทั้ง ๔ ได้เสื่อมไปแล้ว.   ลำดับนั้น   มหาปุโรหิตได้
กราบทูลพระราชาว่า   ข้าแต่พระราชาผู้เป็นใหญ่  ขอพระองค์อย่าได้ทรง
กลัวเลย     ถ้าพระองค์ตรัสสัจวาจาไซร้     ข้าพระองค์จักทำสิ่งทั้งปวงให้
กลับเป็นปกติแด่พระองค์   แล้วกล่าวคาถาที่ ๓ ความว่า :-
                        ข้าแต่พระเจ้าเจติยราช    ถ้าพระองค์ตรัส
           สัจวาจา    พระองค์ก็จะประทับอยู่ในพระราชวัง
           ตามเดิมได้    ถ้ายังตรัสมุสาวาทอยู่     พระองค์ก็
           จะดำรงอยู่ได้เพียงบนพื้นดิน        ไม่สามารถจะ
หน้า ๕๔๒