๕๔๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๕๐
           ถูกฉันทาคติเป็นต้นประทุษร้าย  พึงกล่าวแต่
           คำสัตย์เท่านั้น.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   ส   ราชา    ความว่า    ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย    พระเจ้าเจติยราชนั้น  แต่ก่อนเคยสัญจรไปได้ในอากาศ  ครั้น
ภายพลังถูกพระฤาษีสาบแล้วก็เสื่อมอำนาจถึงกำหนดเวลา     คือกาลวิป-
โยคของตน   ก็ถูกแผ่นดินสูบ.  บทว่า   ตสฺมา  ความว่า   เพราะพระ-
เจ้าเจติยราชลุอำนาจอคติมีฉันทาคติเป็นต้น   จึงต้องไปอเวจี   เหตุนั้น.
บทว่า  อทุฏฺ€จิตฺโต  ความว่า  ผู้ที่มีจิตไม่ถูกฉันทาคติเป็นต้นประทุษ
ร้าย  พึงกล่าว  คำสัตย์เท่านั้น.
         มหาชนพากันตกใจกลัวว่า    พระเจติยราชด่าพระฤาษี    กล่าว
มุสาวาท   ตกนรกอเวจีแล้ว.   พระโอรส ๕ องค์   ของพระเจ้าเจติยราช
พากันหมอบลงที่เท้าของพระดาบสกล่าวว่า  ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของพวก
ข้าพเจ้าเถิด.  พระดาบสทูลว่า   พระชนกของพระองค์ยังธรรมให้พินาศ
กล่าวมุสาวาท  ด่าพระฤาษีจึงตกนรกอเวจี  ขึ้นชื่อว่าธรรมนี้   อันบุคคล
ทำลายแล้ว    ย่อมทำลายบุคคลนั้น    พวกพระองค์ไม่สามารถจะพากัน
อยู่ในที่นี้ได้   ดังนี้แล้ว   เรียกพระโอรสองค์ใหญ่มาทูลว่า   ขอพระองค์
จงออกทางประตูด้านทิศปราจีน   เสด็จตรงไปนั่นแหละ  เมื่อเสด็จไปจัก
พบช้างแก้วเผือกล้วน   พระองค์จงสร้างพระนครอยู่ ณ ที่นั้น   ตามสัญ-
ญาณนั้น  พระนครนั้นจักมีชื่อว่า  หัตถิปุระ.   เรียกพระโอรสที่สองมา
หน้า ๕๔๙