| ถูกฉันทาคติเป็นต้นประทุษร้าย พึงกล่าวแต่ |
| คำสัตย์เท่านั้น. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ส ราชา ความว่า ดูก่อนภิกษุ |
| ทั้งหลาย พระเจ้าเจติยราชนั้น แต่ก่อนเคยสัญจรไปได้ในอากาศ ครั้น |
| ภายพลังถูกพระฤาษีสาบแล้วก็เสื่อมอำนาจถึงกำหนดเวลา คือกาลวิป- |
| โยคของตน ก็ถูกแผ่นดินสูบ. บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะพระ- |
| เจ้าเจติยราชลุอำนาจอคติมีฉันทาคติเป็นต้น จึงต้องไปอเวจี เหตุนั้น. |
| บทว่า อทุฏฺจิตฺโต ความว่า ผู้ที่มีจิตไม่ถูกฉันทาคติเป็นต้นประทุษ |
| ร้าย พึงกล่าว คำสัตย์เท่านั้น. |
| มหาชนพากันตกใจกลัวว่า พระเจติยราชด่าพระฤาษี กล่าว |
| มุสาวาท ตกนรกอเวจีแล้ว. พระโอรส ๕ องค์ ของพระเจ้าเจติยราช |
| พากันหมอบลงที่เท้าของพระดาบสกล่าวว่า ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของพวก |
| ข้าพเจ้าเถิด. พระดาบสทูลว่า พระชนกของพระองค์ยังธรรมให้พินาศ |
| กล่าวมุสาวาท ด่าพระฤาษีจึงตกนรกอเวจี ขึ้นชื่อว่าธรรมนี้ อันบุคคล |
| ทำลายแล้ว ย่อมทำลายบุคคลนั้น พวกพระองค์ไม่สามารถจะพากัน |
| อยู่ในที่นี้ได้ ดังนี้แล้ว เรียกพระโอรสองค์ใหญ่มาทูลว่า ขอพระองค์ |
| จงออกทางประตูด้านทิศปราจีน เสด็จตรงไปนั่นแหละ เมื่อเสด็จไปจัก |
| พบช้างแก้วเผือกล้วน พระองค์จงสร้างพระนครอยู่ ณ ที่นั้น ตามสัญ- |
| ญาณนั้น พระนครนั้นจักมีชื่อว่า หัตถิปุระ. เรียกพระโอรสที่สองมา |