๕๔    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๖
ในท้องที่ป่าหิมพานต์.    พระองค์ทรงสดับคำนั้นแล้ว   ทรงสนพระทัย
เพราะเกี่ยวข้องกับการได้ทรงสดับข่าวนั่นเอง    จึงให้พรานป่าเป็นผู้นำ
ทางเสด็จไปยังที่นั้น  ด้วยจตุรงคเสนา  ทรงตั้งค่ายไว้แล้ว  ทรงพาพราน
ป่าไป   มีหมู่อำมาตย์ห้อมล้อม   เสด็จเข้าไปยังอาศรมบท   ทรงไหว้พระ
มหาสัตว์แล้ว   ประทับนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง  ตรัสว่า  ข้าแต่พระคุณ-
เจ้าผู้เจริญ    ขึ้นชื่อว่าหญิง   เป็นมลทินของพรหมจรรย์   โยมจะเลี้ยงดู
ธิดาของพระคุณเจ้า.
         ส่วนพระโพธิสัตว์ได้ตั้งชื่อให้กุมาริกานั้นว่า       อาสังกากุมารี
เพราะว่าท่านแคลงใจว่า   อะไรหนออยู่ในดอกบัวนั้น    แล้วจึงลงน้ำไป
เอาขึ้นมา.
         ท่านไม่ทูลพระราชานั้นตรง ๆ ว่า    มหาบพิตรจงรับเอานางนี้ไป
แต่ทูลว่า     ขอถวายพระพรมหาบพิตร     พระองค์เมื่อทรงทราบชื่อของ
กุมาริกาคนนี้แล้วจงทรงรับเอาไปเถิด.
         พระองค์ทรงสดับคำนั้นแล้ว      จึงตรัสว่า    ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
เมื่อพระคุณเจ้าบอกโยมก็จักรู้.
         พระโพธิสัตว์  ทูลว่า อาตมาภาพจะไม่ทูลบอกมหาบพิตร  ขอให้
มหาบพิตรทรงทราบนามด้วยกำลังพระปัญญาของมหาบพิตรเอง      แล้ว
ทรงรับเอาไปเถิด.
หน้า ๕๕