| ได้ยินว่า ในพระนครสาวัตถี มีกุลบุตรคนหนึ่งฟังพระธรรม |
| เทศนาของพระศาสดาแล้ว คิดว่า ผู้อยู่ครองเรือนไม่อาจประพฤติพรหม- |
| จรรย์ให้บริสุทธิ์โดยส่วนเดียว เราจักบวชในศาสนาที่นำสัตว์ออกจาก |
| ทุกข์ แล้วจักทำที่สุดแห่งทุกข์ ดังนี้แล้วได้มอบสมบัติในเรือนให้แก่บุตร |
| และภรรยา แล้วทูลขอบรรพชากะพระศาสดา. แม้พระบรมศาสดาก็ |
| รับสั่งให้บรรพชาแก่กุลบุตรนั้น ครั้นบวชเป็นภิกษุแล้ว ไปบิณฑบาต |
| กับอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ อาสนะในเรือนแห่งตระกูลก็ดี ในโรงฉัน |
| ก็ดี ไม่ถึงภิกษุนั้น เพราะตนเป็นนวกะและมีภิกษุมากด้วยกัน. ตั่งหรือ |
| แผ่นกระดานย่อมถึงในที่สุดท้ายพระสังฆนวกะ. แม้อาหารที่จะพึงได้ ก็ |
| ล้วนป่นเป็นแป้งและเป็นน้ำข้าวที่ติดอยู่ตามข้างกระบวยบ้าง เป็นข้าวยาคู |
| บ้าง ของเคี้ยวที่บูดที่แห้งบ้าง เป็นข้าวตังข้าวตากบ้าง ไม่พออิ่ม. ภิกษุ |
| นั้นถือเอาอาหารที่ตนไว้แล้ว ไปสำนักของภรรยาเก่า ภรรยาเก่าไหว้ |
| แล้วรับบาตรของภิกษุนั้น เอาภัตตาหารออกจากบาตรทิ้งเสีย แล้วถวาย |
| ข้าวยาคูภัตสูปพยัญชนะที่ตนตกแต่งไว้ดีแล้ว. ภิกษุแก่นั้นติดรสอาหาร |
| ไม่สามารถจะละภรรยาเก่าได้. ภรรยาเก่าคิดว่า เราจักทดลองภิกษุแก่นี้ |
| ว่า จะติดรสอาหารหรือไม่. อยู่มาวันหนึ่ง นางได้ให้มนุษย์ชาวชนบท |
| อาบน้ำ ทาดินสีพองนั่งอยู่ในเรือน บังคับคนใช้อื่นอีก ๒, ๓ คน |
| ให้นำน้ำและข้าวมาให้มนุษย์ชนบทนั้นคนละนิดละหน่อย แล้วก็พากัน |
| นั่งเคี้ยวกินอยู่. นางได้ให้คนใช้ไปจับโคเข้าเทียมเกวียนไว้เล่มหนึ่งที่ |
| ประตูเรือน ส่วนตัวเองก็หลบไปนั่งทอดขนมอยู่ที่ห้องหลังเรือน ลำดับ |