๕๕๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๕๘
สันอยากจะสึก   พระเจ้าข้า.   ลำดับนั้น  พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า
ได้ยินว่าเธอกระสันจะสึกจริงหรือ เมื่อภิกษุนั้นทราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า
ตรัสถามว่า    ใครทำให้เธอกระสัน    เมื่อภิกษุทราบทูลว่า     ภรรยาเก่า
พระเจ้าข้า   จึงตรัสว่า   ดูก่อนภิกษุมิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น    ที่หญิงนั้น
ทำความพินาศให้แก่เธอ   แม้ในกาลก่อนเธอก็เสื่อมจากฌานสี่  ถึงความ
ทุกข์ใหญ่   เพราะอาศัยหญิงนั้น     แต่ได้อาศัยเราจึงพ้นจากทุกข์กลับได้
ฌานที่เสื่อมเสียไปแล้ว   ดังนี้แล้ว  ทรงน่าเอาเรื่องในอดีตมาสาธก   ดัง
ต่อไปนี้ :-
         ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัต  ครองราชสมบัติอยู่ในพระ-
นครพาราณสี  พระโพธิสัตว์อาศัยปุโรหิตของพระเจ้าพรหมทัตนั้น  เกิด
ในครรภ์นางพราหมณีภรรยาปุโรหิตนั้น.       ในวันที่พระโพธิสัตว์เกิด
บรรดาอาวุธที่มีอยู่ทั่วพระนครลุกโพลงขึ้น          เพราะเหตุนั้นญาติทั้ง
หลาย    จึงตั้งชื่อพระโพธิสัตว์ว่า    โชติปาละ.    โชติปาลกุมารนั้นครั้น
เจริญวัยแล้ว    เรียนศิลปะทุกอย่างในเมืองตักกศิลา    แล้วกลับมาแสดง
ศิลปะแก่พระราชา      ต่อมาได้ละอิสริยยศเสียไม่ให้ใคร ๆ รู้   หนีออก
ทางอัคคทวาร เข้าป่าบวชเป็นฤาษีอยู่ในอาศรม ป่าไม้มะขวิดที่ท้าวสักก-
เทวราชเนรมิตรถวาย  ทำฌานและอภิญญาให้เกิดแล้ว.     พระฤๅษีหลาย
ร้อยห้อมล้อมเป็นบริวาร    พระโชติปาลฤๅษีผู้อยู่ที่อาศรมนั้น.   อาศรม
นั้นได้เป็นมหาสมาคม  มีลูกศิษย์ชั้นหัวหน้า  ๗ องค์   องค์ที่  ๑  ชื่อว่า
หน้า ๕๕๗