๕๕    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๗
         พระราชาทรงรับคำท่านแล้ว  จำเดิมแต่นั้นมา  จึงทรงใคร่ครวญ
ดูชื่อของนางพร้อมด้วยอำมาตย์ทั้งหลายว่า   หญิงนี้ชื่ออะไรหนอ ?
         พระองค์ทรงกำหนดชื่อไว้หลายชื่อที่รู้กันยาก   แล้วตรัสบอกกับ
พระโพธิสัตว์ว่า  จักเป็นชื่อโน้น   จักเป็นชื่อโน้น.     พระโพธิสัตว์ทรง
สดับคำนั้นแล้ว     ก็ปฏิเสธว่า    ไม่ใช่ชื่ออย่างนี้.      ลำดับนั้น     เมื่อ
พระราชาทรงใคร่ครวญดูชื่ออยู่นั่นแหละ   กาลเวลาได้ล่วงไป  ๑ ปีแล้ว.
ครั้งนั้น     สัตว์ร้ายทั้งหลายมีสิงห์โตเป็นต้น   ตระครุบช้าง   ม้า    และ
มนุษย์ทั้งหลายกิน.     อันตรายจากสัตว์เลื้อยคลานก็มี.      อันตรายจาก
เหลือบก็มี.   คนทั้งหลายลำบากเพราะตายกันไปมาก.   จึงพระราชาทรง
กริ้วแล้วคิดว่า  เราจักมีความต้องการทำไม  ด้วยหญิงนี้.   ตรัสบอกพระ-
โพธิสัตว์แล้วก็เสด็จไป.   วันนั้นอาสังกากุมาริกา   เปิดหน้าต่างแก้วผลึก
แล้วได้ยืนแสดงตัวให้เห็น.   พระราชาทอดพระเนตรเห็นนางแล้วตรัสว่า
เราไม่อาจจะรู้จักชื่อของเธอได้   เธอจงอยู่ที่ป่าหิมพานต์ไปเถิดนะ   พวก
ฉันจักไปละ. นางจึงทูลว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์จะเสด็จไปที่ไหนจึงจะ
ได้ผู้หญิงเช่นหม่อมฉัน  ขอพระองค์ทรงสดับคำของหม่อมฉัน  เถาวัลย์
ชื่ออาสาวดี   มีอยู่ที่จิตรลดาวัน  ในเทวโลกชั้นดาวดึงส์  น้ำทิพย์เกิดขึ้น
ภายในผลของมัน   เทพยดาทั้งหลายดื่มน้ำนั้นครั้งเดียว   นอนเมาอยู่บน
ที่นอนทิพย์ถึง ๔ เดือน    แต่เถาอาสาวดีนั้น   หนึ่งพันปี   จึงจะออกผล
หน้า ๕๖