๕๖๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๖๓
         ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ว่า    ดูก่อนนารทะ    บุคคลใดในกาลเมื่อ
ความลำบากคือทุกข์   อันเป็นไปทางกายและทางจิตเกิดขึ้นแล้ว   เป็นผู้
ไม่ประมาท      หาอุบายกำจัดความลำบากนั้นเสียได้     อดกลั้นต่อความ
ลำบากได้   ชื่อว่าไม่เป็นไปตามความลำบาก   คือไม่เป็นไปในอำนาจความ
ลำบากนั้นใช้อุบายนั้น ๆ ครอบงำความลำบาก คือทำความลำบากนั้นให้
หมดไปได้ บุคคลนั้นเป็นนักปราชญ์ บรรลุความสุขที่ปราศจากอามิสคือ
สุขที่มีในที่สุดแห่งความลำบาก.   หรือว่าเป็นผู้ไม่ลำบาก   ย่อมประสบคือ
บรรลุถึง  ซึ่งความสุขที่ปราศจากโยคะ  ซึ่งเป็นที่สุขของความลำบากนั้น.
         นารทดาบสกล่าวว่า    ข้าแต่ท่านอาจารย์    ขึ้นชื่อว่ากามสุขเป็น
สุขสูงสุด   ข้าพเจ้าไม่อาจละกามสุขนั้นได้.   ลำดับนั้น   พระมหาสัตว์จึง
กล่าวกะนารทดาบสว่า   ดูก่อนนารทะ   ขึ้นชื่อว่าธรรม  บุคคลไม่ควรให้
พินาศด้วยเหตุไร ๆ  ก็ตาม   ดังนี้แล้วกล่าวคาถาที่ ๔  ความว่า :-
                        เธอไม่ควรเคลื่อนจากธรรม       เพราะ
           ปรารถนากามทั้งหลาย  เพราะเหตุใช่ประโยชน์
           เพราะเหตุเป็นประโยชน์     ถึงเธอจะทำสุขใน
           ฌานที่สำเร็จแล้วให้นิราศไป    ก็ไม่ควรเคลื่อน
           จากธรรมเลย.
หน้า ๕๖๒