๕๖๔    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๖๖
           มาณเท่านี้ว่า    บุคคลผู้เลวกว่าผู้ที่ตกอยู่ในอำ-
           นาจอินทรีย์  ไม่มีเลย.
         พระคาถานั้น  มีอรรถาธิบายว่า   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เทวิลดาบส
ผู้สงบระงับ   พร่ำสอนความเป็นบัณฑิตกะนารทดาบสนั้น   ด้วยคำเท่านี้
ว่า   ก็ผู้ใดตกอยู่ในอำนาจแห่งอินทรีย์  ด้วยสามารถแห่งกิเลส     คนอื่น
ที่จะเลวไปกว่าผู้นั้นมิได้มีสักนิดเลย.
         ลำดับนั้น  สรภังคศาสดาเรียกนารทดาบสนั้นมากล่าวว่า  ดูก่อน
นารทะ  เธอจะฟังคำนี้ก่อน  ผู้ใดไม่ทำสิ่งที่ควรจะพึงทำก่อน  ผู้นั้นย่อม
เศร้าโศกร่ำไร   เหมือนมาณพที่เที่ยวไปในป่าฉะนั้น   ดังนี้แล้วได้นำเอา
เรื่องในอดีตมาสาธก   ดังต่อไปนี้ :-
         ในอดีตกาล  ในกาสีนิคมตำบล   ๑   มีพราหมณ์มาณพคน   ๑
รูปงาม   สมบูรณ์ด้วยเรี่ยวแรง  มีกำลังเท่าช้างสาร.   พราหมณ์มาณพนั้น
คือว่า ประโยชน์อะไรที่เราจะทำกสิกรรมเป็นต้นเลี้ยงมารดา  ประโยชน์
อะไรด้วยบุตรภรรยา     ประโยชน์อะไรด้วยบุญมีทานเป็นต้นที่เราทำไว้
เราจะไม่เลี้ยงดูใคร ๆ จักไม่ทำบุญอะไร ๆ จักเข้าป่าฆ่าเนื้อต่าง ๆ เลี้ยงชีวิต
ดังนี้แล้ว จึงผูกสอดอาวุธ  ๕ ชนิด มุ่งไปสู่ป่าหิมพานต์ ฆ่าเนื้อต่าง ๆ กิน
วัน  ๑   ไปถึงเวิ้งภูเขาใหญ่   มีภูเขาห้อมล้อมรอบใกล้ฝั่งวิธินีนที  ภายใน
หิมวันตประเทศ     ฆ่าเนื้อแล้วกินเนื้อที่ย่างในถ่านเพลิงอยู่   ณ ที่นั้น.
มาณพนั้นคิดว่า   เราจักมีเรี่ยวแรงอยู่เสมอไปไม่ได้  เวลาทุพพลภาพเรา
หน้า ๕๖๕