| อันนี้ ข้าพระองค์นั้นดำรงอยู่ เหมือนบุคคล |
| อันกองถ่านไฟล้อมรอบด้าน ย่อมไม่ได้ประสบ |
| ความสุขเลย. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อมิตฺตานํว หตฺถตฺถํ ความว่า |
| พระองค์เกือบจะมาถึงซึ่งความตั้งอยู่ไม่ได้ คือความพินาศในมือของพวก |
| อมิตร. |
| มาณพเรียกพระราชาว่า สีวิ ข้าแต่พระเจ้าสีวิราช. บทว่า |
| ปปฺโปติ มามิว ความว่า เหมือนดังข้าพระองค์ต้องประสบบาปกรรม. |
| อธิบายว่า ต้องถึงความพินาศด้วยกรรมของตนเอง. บทว่า กมฺมํ ได้แก่ |
| กิจกรรมอันยังอาชีพให้สำเร็จ มีกสิกรรมเป็นต้นเป็นประเภท. บทว่า |
| วิชฺชํ ได้แก่ศิลปะ มีศิลปะในเพราะช้างเป็นต้น ซึ่งมีประการต่าง ๆ |
| กัน. บทว่า ทกฺเขยฺยํ ได้แก่ความเป็นผู้ฉลาดด้วยการยังโภคะให้เกิดขึ้น |
| มีประการต่าง ๆ บทว่า วิวาหํ ความว่า ไม่ทำอาวาหมงคลและวิวาห- |
| มงคล. บทว่า สีลมทฺทวํ ได้แก่ศีลมีอย่าง ๕ และความเป็นผู้มีวาจา |
| อ่อนหวาน มีกัลยาณมิตรผู้มุ่งประโยชน์สามารถช่วยห้ามการทำบาป |
| ก็ข้อนั้นและท่านหมายเอาว่า มัททวะในคาถานี้ บทว่า เอเตว ยเส |
| หาเปตฺวา ความว่า ทำโลกธรรมอันเป็นเหตุให้ถึงยศเหล่านี้มีประมาณ |
| เท่านี้ให้เสื่อมไป. บทว่า นิพฺพตฺโต เสหิ กมฺเมหิ ความว่า เกิด |
| เป็นมนุษย์เปรตด้วยกรรมของตน. |