| ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ดังนี้ ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพระองค์ไม่ |
| กระทำกรรมที่ควรกระทำอันเป็นเหตุให้ถืออิสริยยศในโลกนี้ ไม่ศึกษา |
| ศิลปวิทยา ไม่ขวนขวายยังโภคะให้เกิดโดยอุบาย ไม่ทำอาวาหวิวาหะ |
| ไม่รักษาศีลไม่คบกัลยาณมิตรผู้สามารถห้ามไม่ให้ทำชั่ว ยังโลกธรรมอัน |
| ถึงการนับว่ายศ เพราะเป็นเหตุให้ได้ยศเหล่านี้ คือมีประมาณเท่านี้ให้ |
| เสื่อมเสียไป คือละทิ้งเสีย เข้าไปสู่ป่านี้จนเกิดเป็นมนุษย์เปรตในบัดนี้ |
| ด้วยบาปกรรมอันตนทำไว้เอง. บทว่า สหสฺสชีโนว ความว่า เหมือนมี |
| บุรุษได้ชนะแล้วพันคน. และมีอรรถาธิบายว่า ถ้าข้าพระองค์ปฏิบัติชอบ |
| ทำโภคะให้เกิดขึ้นมีชัยชนะ. ด้วยโภคสมบัติหลายพันเหล่านั้น ดังนี้บ้าง. |
| บทว่า อปรายโน ความว่า ไม่มีพวกพ้องที่พึ่งอาศัย. บทว่า อริยธมฺมา |
| ความว่า ก้าวล่วงจากสัปปุริสธรรม. บทว่า ยถา เปโต ความว่า ถึง |
| ยังมีชีวิตอยู่ ก็เหมือนตายแล้วเกิดเป็นเปรต อธิบายว่า ข้าพระองค์ |
| กลายเป็นมนุษย์เปรต. บทว่า สุขกาเม ทุกฺขาเปตฺวา ความว่า ข้า |
| พระองค์ได้ทำสัตว์ทั้งหลายผู้ใคร่ต่อความสุข ให้ได้รับความทุกข์ ปาฐะ- |
| เป็นสุขกาโม ก็มี ความก็ว่า ข้าพระองค์ปรารถนาความสุขด้วยตนเอง |
| แต่ยังผู้อื่นให้ได้รับความทุกข์. บทว่า อาปนฺโนสฺมิ ปทํ อิมํ ความว่า |
| ข้าพระองค์จึงถึงส่วนอันนี้ คือเห็นปานนี้. ปาฐะว่า ปถํ ดังนี้ ก็มี ความ |
| ก็ว่า ข้าพระองค์ต้องมาถึงอัตภาพอันเป็นครองแห่งทุกข์นี้ . บทว่า ิโต |
| ภาณุมกาสิว ความว่า ไฟท่านเรียกว่า ภาณุมา คือมาณพกราบทูลว่า |
| ข้าพระองค์เป็นราวกะว่า มีกองถ่านเพลิงรายรอบข้าง ถูกความเร่าร้อน |