๕๖๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๗๐
         ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ดังนี้    ข้าแต่มหาราชเจ้า    ข้าพระองค์ไม่
กระทำกรรมที่ควรกระทำอันเป็นเหตุให้ถืออิสริยยศในโลกนี้   ไม่ศึกษา
ศิลปวิทยา    ไม่ขวนขวายยังโภคะให้เกิดโดยอุบาย   ไม่ทำอาวาหวิวาหะ
ไม่รักษาศีลไม่คบกัลยาณมิตรผู้สามารถห้ามไม่ให้ทำชั่ว  ยังโลกธรรมอัน
ถึงการนับว่ายศ   เพราะเป็นเหตุให้ได้ยศเหล่านี้   คือมีประมาณเท่านี้ให้
เสื่อมเสียไป   คือละทิ้งเสีย   เข้าไปสู่ป่านี้จนเกิดเป็นมนุษย์เปรตในบัดนี้
ด้วยบาปกรรมอันตนทำไว้เอง. บทว่า  สหสฺสชีโนว  ความว่า  เหมือนมี
บุรุษได้ชนะแล้วพันคน.  และมีอรรถาธิบายว่า  ถ้าข้าพระองค์ปฏิบัติชอบ
ทำโภคะให้เกิดขึ้นมีชัยชนะ.  ด้วยโภคสมบัติหลายพันเหล่านั้น  ดังนี้บ้าง.
บทว่า   อปรายโน   ความว่า ไม่มีพวกพ้องที่พึ่งอาศัย.  บทว่า  อริยธมฺมา
ความว่า   ก้าวล่วงจากสัปปุริสธรรม.   บทว่า  ยถา   เปโต  ความว่า   ถึง
ยังมีชีวิตอยู่    ก็เหมือนตายแล้วเกิดเป็นเปรต    อธิบายว่า    ข้าพระองค์
กลายเป็นมนุษย์เปรต.   บทว่า   สุขกาเม   ทุกฺขาเปตฺวา   ความว่า  ข้า
พระองค์ได้ทำสัตว์ทั้งหลายผู้ใคร่ต่อความสุข  ให้ได้รับความทุกข์ ปาฐะ-
เป็นสุขกาโม  ก็มี  ความก็ว่า    ข้าพระองค์ปรารถนาความสุขด้วยตนเอง
แต่ยังผู้อื่นให้ได้รับความทุกข์. บทว่า  อาปนฺโนสฺมิ    ปทํ    อิมํ    ความว่า
ข้าพระองค์จึงถึงส่วนอันนี้  คือเห็นปานนี้. ปาฐะว่า  ปถํ  ดังนี้   ก็มี  ความ
ก็ว่า   ข้าพระองค์ต้องมาถึงอัตภาพอันเป็นครองแห่งทุกข์นี้ .  บทว่า  €ิโต
ภาณุมกาสิว    ความว่า  ไฟท่านเรียกว่า  ภาณุมา   คือมาณพกราบทูลว่า
ข้าพระองค์เป็นราวกะว่า   มีกองถ่านเพลิงรายรอบข้าง  ถูกความเร่าร้อน
หน้า ๕๖๙