๕๖๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๗๑
ใหญ่ที่ตั้งขึ้นในร่างกายเผาผลาญอยู่  ไม่ได้ประสบความสุขกายสุขใจเลย.
         ก็มาณพนั้น   ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว     กราบทูลต่อไปว่า    ข้าแต่
พระมหาราชเจ้า  ข้าพระองค์ประสงค์ความสุข  แต่ทำผู้อื่นให้ได้รับความ
ทุกข์ จึงเป็นมนุษย์เปรตในปัจจุบันทันตาเห็น  เพราะฉะนั้นขอพระองค์
อย่าทรงทำกรรมชั่วเลย   จงเสด็จไปพระนครของพระองค์   ทรงบำเพ็ญ
บุญมีให้ทานเป็นต้นเถิด.    พระเจ้าสีวิราชได้ทรงกระทำตามนั้น   ทรง
บำเพ็ญทางไปสู่สวรรค์.
         สรภังคศาสดา  นำเรื่องนี้มาแสดงให้ดาบสเข้าใจแจ่มแจ้งเป็นอัน
ดี.   ดาบสนั้นได้ความสลดใจ   เพราะถ้อยคำของสรภังคศาสดา    จึงไหว้
ขอขมาโทษ   แล้วทำกสิณบริกรรม    ทำฌานที่เสื่อมแล้วให้กลับคืนเป็น
ปกติ.   สรภังคดาบส   ไม่ยอมให้นารทดาบสอยู่ที่ที่นั้น   พาไปยังอาศรม
ของตน.
         พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว      ทรง
ประกาศสัจจะ   เวลาจบสัจจะ   ภิกษุผู้กระสันดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล
พระทศพลทรงประชุมชาดกว่า   นารทดาบสในครั้งนั้น   ได้เป็นภิกษุผู้
กระสัน     สาลิสสรดาบสได้เป็นพระสารีบุตร    เมณฑิสสรดาบสได้เป็น
พระกัสสปะ  ปัพพตดาบสได้เป็นพระอนุรุทธะ   กาฬเทวิลดาบสได้เป็น
พระกัจจายนะ      อนุสิสสะดาบสได้เป็นพระอานนท์   กิสวัจฉดาบสได้
เป็นพระโมคคัลลานะ   ส่วนสรภังคดาบส   คือเราตถาคต    ฉะนี้แล.
                           จบ  อรรถกถาอินทริยชาดกที่  ๗
หน้า ๕๗๐