๕๘๐    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๘๒
ตลอดถึงพระสุกขวิปัสสก   ย่อมจะล่วงเลย  เวตรณีนรก  คือมหานรก ๘
อุสสทนรก  ๑๖  ของพญายมไปได้.  บทว่า   ทิพฺพานิ   €านานิ   อุเปติ
ความว่า    ย่อมไปบังเกิดในเทวโลก.    บทว่า    สมานมาหุ     ความว่า
ท่านผู้รู้กล่าวว่าเหมือนกัน.   อธิบายว่า   คนกลัวความสิ้นเปลือง   ย่อม
ไม่มีการให้  คนขลาดต่อภัย   ย่อมไม่มีการยุทธนา  คือนักรบสละความ
อาลัยในชีวิตได้  ก็อาจเข้ารบกันได้  ทายกสละความอาลัยในโภคะเสียได้
ก็อาจบริจาคได้ด้วยเหตุนั่นแหละ    ท่านผู้รู้จึงกล่าวการให้และการรบทั้ง
สองอย่างนั้น   ว่ามีสภาพเสมอกัน.   บทว่า     อปฺปาปิ     สนฺตา     ความว่า
นักรบถึงมีพวกน้อยแต่พร้อมใจกันสละชีวิตก็อาจรบคนพวกมาก     เอา
ชัยชนะได้ฉันใด     เจตนาคิดบริจาคถึงจะมีน้อย     ก็ย่อมชนะหมู่กิเลส
พวกมาก มีมัจฉริยจิต และโลภะเป็นต้นได้ฉันนั้น บทว่า  อปฺปมฺปิ  เจ
ความว่า  ถ้าทายกใดเชื่อกรรม   เชื่อผลแห่งกรรม   บริจาคไทยธรรมแม้
เล็กน้อยไซร้.   บทว่า  เตเนว  โส  ความว่า  ดูก่อนมหาบพิตรทายกนั้น
ย่อมเป็นสุขในโลกหน้า        ด้วยผลแห่งไทยธรรมเล็กน้อยนั้นทีเดียว.
บทว่า   วิเจยฺย    ทานํ    ได้แก่ทานที่บุคคลเลือกทักขิณาทาน     และ
ทักขิไณยบุคคลก่อนแล้วจึงถวาย. ในทักขิณาทาน และทักขิไณยบุคคล
สองอย่างนั้น     เมื่อบุคคลไม่ให้ของตามมีตามเกิดเลือกให้แต่ไทยธรรม
ที่เลิศที่ประณีต   ชื่อว่า   ย่อมเลือกให้แม้ซึ่งทักขิณาทาน.    เมื่อไม่ให้แก่
บุคคลทั่วไป  เลือกให้แต่บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยคุณธรรมมีศีลเป็นต้น ชื่อว่า
หน้า ๕๘๑