๕๘๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๘๓
ย่อมเลือกเป็นพระทักขิไณยบุคคล    บทว่า    สุคตปฺปสฏฺ€ํ   ความว่า
ทานเห็นปานนี้     แม้พระพุทธเจ้าทั้งหลาย    ก็ทรงสรรเสริญ.
         ใน  ๒  อย่างนั้น     เพื่อจะแสดงถึงการเลือกเฟ้นพระทักขิไณย-
บุคคล   ท่านจึงกล่าวคำมีอาทิว่า    เย   ทกฺขิเณยฺยา   ดังนี้.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า    ทกฺขิเณยฺยา  ได้แก่พระอริยบุคคล
ทั้งหลาย  มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ผู้สมควรแก่ทักษิณา. บทว่า ปาณภูตานิ
ได้แก่ภูต   กล่าวคือสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลาย.   บทว่า  อเห€ยนฺโต  มีความ
กรุณาไม่เบียดเบียนสัตว์ให้เดือดร้อน   ท่องเที่ยวไป.  บทว่า  ปรูปวาทา
ความว่า ไม่ทำบาปเพราะกลัวคนอื่นติเตียน.   บทว่า  ภีรุํ  ได้แก่ผู้กลัว
การถูกติเตียน.   บทว่า   น    หิ    ตตฺถ    สูรํ   ความว่า    ส่วนบุคคลใด
ไม่กลัวการติเตียนนั้น     จึงกล้าทำบาปโดยอโยนิโสมนสิการ    บัณฑิต
ทั้งหลายย่อมไม่สรรเสริญบุคคลนั้นเลย.   บทว่า   ภยา    หิ   ความว่า
เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลาย    ย่อมไม่ทำบาปเพราะกลัวเขาติเตียน.   บทว่า
หีเนน    พฺรหฺมจริเยน    ความว่า   จะกล่าวในลัทธิภายนอกพระศาสดา
ก่อน    ผลเพียงเมถุนวิรัติและศีล   ชื่อว่า   พรหมจรรย์อย่างต่ำ.    บุคคล
เกิดในขัตติยตระกูลด้วยอำนาจพรหมจรรย์อย่างต่ำนั้น.  ผลเพียงอุปจาร-
ฌาน    ชื่อว่า    พรหมจรรย์อย่างกลาง     บุคคลเกิดในเทวโลก    ด้วย
พรหมจรรย์อย่างกลางนั้น.  สมาบัติแปดเป็นพรหมจรรย์อย่างสูง  บุคคล
ย่อมชื่อว่า        บริสุทธิ์เข้าถึงพรหมโลกได้ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูงนั้น.
หน้า ๕๘๒