๕๘๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๕๙๐
โสเภณี.   ลำดับนั้น  หญิงนครโสเภณีเห็นเศรษฐีบุตรแล้วกล่าวว่า   แน่ะ
ลูกเจ้า  ท่านนำทรัพย์พันหนึ่งมาหรือเปล่า ? เศรษฐีบุตรกล่าวว่า น้องรัก
วันนี้เราล่วงเลยผิดเวลาไป   เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ไปบ้าน    ส่งแต่คนใช้
ไป   เราเข้ามานี่แต่คนเดียว   แต่วันพรุ่งนี้เราจักให้ทรัพย์แก่เจ้าสองพัน.
นางคิดว่า   ถ้าวันนี้เราให้โอกาส   แม้วันอื่น ๆ  ก็จักมามือเปล่าอีก     เมื่อ
เป็นเช่นนี้เราก็จักเสื่อมจากทรัพย์    เราจักไม่ให้โอกาสแก่เขา.    คิดดังนี้
แล้ว   จึงกล่าวกะบุตรเศรษฐีว่า  นาย  พวกเราชื่อว่าเป็นวรรณทาสีซึ่งจะ
ให้เย้าหยอกเล่นเปล่า ๆ  นั้นไม่มี   ท่านจงนำทรัพย์พันหนึ่งมา.  เศรษฐี
บุตรได้ขอร้องอยู่แล้ว ๆ เล่าๆ  ว่า น้องรัก   พรุ่งนี้เราจักนำมาให้  ๒ เท่า.
หญิงนครโสเภณีบังคับพวกทาสีว่า     พวกเจ้าอย่าให้เศรษฐีนี้มายืนแลดู
อยู่ที่นี่   จงลากคอมันออกไปแล้วปิดประตูเสีย.    พวกนางทาสีได้กระทำ
เช่นนั้น.
         เศรษฐีนั้นคิดว่า   เราได้ให้ทรัพย์แก่หญิงนี้ถึง    ๘๐  โกฏิ     แต่
พอนางเห็นเรามือเปล่าเข้าวันเดียว  ก็ให้ลากคอเราออกไปเสีย  โอ !  ขึ้น
ชื่อว่ามาตุคามเป็นผู้ลามก     หมดละอาย    อกตัญญู     ประทุษร้ายมิตร
คิดดังนี้    ก็มองเห็นโทษของมาตุคามได้    จึงคลายความรักกลับได้ปฏิกูล
สัญญา   เบื่อหน่ายแม้ฆราวาส   คิดว่าการครองเรือน   จะเป็นประโยชน์
อะไรแก่เรา    เราจักออกบวชในวันนี้แหละ    ไม่ไปเรือน     และไม่เฝ้า
พระราชาอีกเลย   ออกจากพระนครเข้าป่า  บวชเป็นฤาษีสร้างอาศรมอยู่
หน้า ๕๘๙