| ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา ทำฌานและอภิญญาให้เกิดขึ้นมีเผือกมัน ผลไม้ป่าเป็น |
| อาหารอยู่ ณ ที่นั้น. |
| เมื่อพระเจ้าพรหมทัตไม่เห็นมหาธนเศรษฐีเข้าเฝ้า จึงตรัสถาม |
| ว่า สหายของเราไปไหน ? แม้ข่าวการกระทำของหญิงนครโสเภณีก็ได้ |
| แพร่สะพัดไปทั่วพระพระนคร. ลำดับนั้น พวกราชบุรุษ ได้กราบทูล |
| ความนั้น แต่พระราชาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพพระสหายของ |
| พระองค์ มีความละอายไม่กลับบ้าน เข้าป่าบวชแล้ว. พระราชารับสั่งให้ |
| เรียกหญิงนครโสเภณีมาตรัสถามว่า ได้ยินว่า เจ้าไม่ได้ทรัพย์พันหนึ่ง |
| วันเดียวเท่านั้น ก็ให้พวกทาสีลากคอสหายของเราออกไป จริงหรือ ? |
| นางรับว่า จริงเพคะ พระราชาตรัสว่า แน่ะหญิงลามกเลวทราม เจ้า |
| จงไปยังที่ที่สหายของเราไป แล้วนำเขามา ถ้าเจ้านำมาไม่ได้ เจ้าต้อง |
| ตาย. นางได้ฟังพระราชดำรัส ดังนั้น มีความกลัว จึงขึ้นรถออกจาก |
| พระนครไปพร้อมด้วยบริวารเป็นอันมาก เที่ยวเสาะแสวงหาที่อยู่ของ |
| ฤาษีนั้นพอได้ฟังข่าวว่าอยู่ที่นั่น ก็ได้ไป ณ ที่นั้น นมัสการแล้ววิงวอน |
| ว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอท่านได้อดโทษที่ดิฉันกระทำด้วยความเป็น |
| คนอันธพาล ดิฉันจักไม่กระทำอย่างนี้อีก เมื่อพระฤาษีกล่าวว่า ดีแล้ว |
| เราอดโทษให้ เราไม่มีความอาฆาตในเธอ นางจึงกล่าวว่า ถ้าท่านอดโทษ |
| ให้ดิฉัน ก็ขอจงขึ้นรถไปสู่พระนครกับดิฉัน เมื่อถึงพระนครแล้ว ดิฉัน |
| จักถวายทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่โนเรือนของดิฉัน. พระฤาษีได้ฟังคำของ |