| นางแล้วกล่าวว่า น้องหญิง บัดนี้เราไม่อาจจะไปกับเจ้า ก็คราวใด ของ |
| สิ่งใดในโลกนี้ ไม่พึงมีพึงเป็น ของสิ่งนั้นจักมีจักเป็นได้ ของสิ่งนั้นจัก |
| มีจักเป็นได้ คราวนั้นแหละ เราจะพึงไปกับเจ้า ดังนี้แล้วกล่าวคาถา |
| ที่ ๑ ความว่า :- |
| เมื่อใด แม่น้ำคงคาดารดาษด้วยดอกบัว |
| ก็ดี นกดุเหว่าสีขาวเหมือนสังข์ก็ดี ต้นหว้า |
| พึงให้ผลเป็นผลตาลก็ดี เมื่อนั้น เราทั้งสอง |
| พึงอยู่ร่วมกันได้แน่. |
| คาถานั้น มีอรรถาธิบายดังนี้ ดูก่อนนางผู้เจริญเมื่อใด แม่น้ำ |
| มหาคงคา แม้ทั้งหมด มีกอโกมุทละความเป็นมหานทีมีกระแสไหลเชี่ยว |
| เวียนวนไม่ไหวติง เหมือนสระโกมุท ดารดาษไปด้วยดอกโกมุทตั้งอยู่ |
| ก็ดี นกดุเหว่าทั้งหมดมีสีขาวเหมือนสังข์ก็ดี อนึ่ง ต้นหว้าทั้งหมด ให้ |
| ผลเป็นผลตาลก็ดี |
| บทว่า อถ นูน ตทา สิยา มีอธิบายว่า เมื่อนั้น คือในเวลา |
| นั้น แม้เราทั้ง ๒ จะพึงอยู่ร่วมกันได้แน่. |
| ก็แล ครั้นพระฤาษีกล่าวอย่างนี้แล้ว เมื่อนางกล่าวอีกว่า เชิญ |
| พระผู้เป็นเจ้ามาไปด้วยกันเถิด จึงกล่าวว่า เราจักไป เมื่อนางถามว่า |