๖๑๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๑๘
         ได้ยินว่า    คราวนั้นภิกษุสองรูป    คือ   พระวินัยธรหนึ่ง    พระ-
ธรรมกถึกหนึ่ง  อยู่ในอาวาสเดียวกัน ในสองรูปนั้น  วันหนึ่งพระธรรม-
กถึกถ่ายอุจจาระ เหลือน้ำชำระไว้ในภาชนะในซุ้มน้ำออกไป พระวินัยธร
เข้าไปในที่นั้นทีหลังเห็นน้ำนั้นเข้า  ออกมาถามพระธรรมกถึกว่า  อาวุโส
ท่านเหลือน้ำไว้หรือ ?  พระธรรมกถึกตอบว่า   ขอรับผมเหลือไว้  พระ-
วินัยธรถามว่า   ท่านไม่รู้ว่าเป็นอาบัติในข้อนี้หรือ ?  พระธรรมกถึกตอบว่า
ขอรับผมไม่รู้    พระวินัยธรกล่าวว่า   อาวุโส      การที่ท่านเหลือน้ำไว้ใน
ภาชนะนั้นเป็นอาบัติ   พระธรรมกถึกกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นผมจักปลงอาบัติ
พระวินัยธรกล่าวว่า   อาวุโส    ถ้าท่านไม่แกล้งทำไปโดยไม่มีสติก็ไม่เป็น
อาบัติ   พระธรรมกถึกนั้นเข้าใจอาบัตินั้นว่าไม่เป็นอาบัติ  พระวินัยธรได้
บอกศิษย์ของตนว่า  พระธรรมกถึกนี้แม้ต้องอาบัติก็ไม่รู้  พวกศิษย์ของ
พระวินัยธรเห็นพวกศิษย์ของพระธรรมกถึกเข้า  กล่าวว่า  อุปัชฌาย์ของ
พวกท่านต้องอาบัติแล้วยังไม่รู้ว่าเป็นอาบัติ  พวกศิษย์ของพระธรรมกถึก
ได้พากันไปบอกแก่อุปัชฌาย์ของตน         พระธรรมกถึกกล่าวอย่างนี้ว่า
พระวินัยธรนี้ทีแรกบอกว่าไม่เป็นอาบัติ  บัดนี้ว่าเป็นอาบัติท่านนี้พูดเท็จ
พวกศิษย์พระธรรมกถึกพากันไปกล่าวว่า  อุปัชฌาย์ของพวกท่านพูดเท็จ
แล้วได้ทะเลาะกันด้วยประการอย่างนี้      ต่อแต่นั้นพระวินัยธรได้ช่องจึง
ทำอุกเขปนียกรรม  ยกโทษในการไม่เห็นอาบัตินั้น   ตั้งแต่นั้นมา  อุบาสก
อุบาสิกาผู้ถวายปัจจัยแก่ภิกษุเหล่านั้นได้แบ่งเป็นสองพวก    ภิกษุณีผู้รับ
โอวาทก็ดี      อารักขเทวดาก็ดี     อากาสัฏฐกเทวดาที่เคยเห็นเคยคบกับ
หน้า ๖๑๗